บรรจุภัณฑ์เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากทำหน้าที่บรรจุสินค้าแล้ว ยังส่งผลต่อความสวยงาม ความปลอดภัย และประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง
กล่องพลาสติกที่ใช้กันทั่วไปในตลาด เช่น OPS, PET และ PP แม้จะมีลักษณะภายนอกคล้ายกัน แต่คุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน
การเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทอาหารจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะช่วยอธิบายความแตกต่างของกล่องพลาสติกแต่ละชนิด เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า
กล่องพลาสติก OPS คืออะไร

OPS (Oriented Polystyrene) เป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่ผ่านกระบวนการยืดแนวโมเลกุล ทำให้ตัวกล่องมีความใสและเงาสูงกว่าพลาสติกทั่วไป จึงนิยมใช้กับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการโชว์หน้าสินค้าให้เห็นชัด เพิ่มความน่ารับประทานตั้งแต่แรกเห็น กล่อง OPS เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในกลุ่มร้านเบเกอรี่และขนมหวาน เนื่องจากช่วยเสริมภาพลักษณ์สินค้าให้ดูสะอาด พรีเมียม และน่าเลือกซื้อ
คุณสมบัติของกล่องพลาสติก OPS
- เนื้อพลาสติกใส เงา มองเห็นอาหารด้านในได้ชัดเจน
- ช่วยโชว์สีสันและรายละเอียดของสินค้าได้ดี
- น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
- ต้นทุนเหมาะสม เหมาะกับการใช้งานในปริมาณมาก
- เหมาะสำหรับการวางขายหน้าร้านหรือแพ็กสินค้าแบบพร้อมรับประทาน
ข้อควรระวังในการใช้งาน
- ไม่ทนต่อความร้อนสูง
- ไม่เหมาะกับอาหารร้อนหรือเมนูที่มีไอน้ำ
- เมื่อสัมผัสความร้อนหรือไอน้ำ อาจเกิดการขุ่น อ่อนตัว หรือเสียรูป
- ไม่เหมาะกับการเข้าไมโครเวฟ
การเลือกใช้กล่อง OPS ควรมั่นใจว่าอาหารเย็นหรือพักให้หายร้อนก่อนบรรจุ
เพื่อรักษารูปทรงและความใสของกล่อง
เหมาะสำหรับอาหารประเภทใด
- เบเกอรี่ เช่น เค้ก บราวนี่ คุกกี้
- ขนมอบและขนมแห้ง
- ขนมหวานที่ไม่มีไอน้ำ
- อาหารเย็นหรืออาหารแช่เย็น
เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
- ร้านเบเกอรี่และร้านขนม
- คาเฟ่ที่ต้องการโชว์หน้าสินค้า
- ร้านที่เน้นความสวยงามของแพ็กเกจ
- ร้านที่ต้องการควบคุมต้นทุนแต่ยังได้ภาพลักษณ์ที่ดี
กล่องพลาสติก PET คืออะไร

PET (Polyethylene Terephthalate) เป็นพลาสติกใสที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงกว่า OPS จึงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการทั้งความสวยงามของบรรจุภัณฑ์
และความทนทานในการขนส่ง โดยเฉพาะในรูปแบบเดลิเวอรี่ กล่องพลาสติก PET เป็นที่นิยมอย่างมากในธุรกิจอาหารยุคปัจจุบัน เนื่องจากสามารถรักษาหน้าตาอาหารได้ดี ไม่ขุ่นง่าย และดูสะอาดพรีเมียม
คุณสมบัติของกล่องพลาสติก PET
- เนื้อพลาสติกใสคมชัด มองเห็นอาหารได้ชัดเจน
- ยืดหยุ่นสูงกว่า OPS ไม่เปราะหรือแตกง่าย
- คงรูปได้ดีระหว่างการขนส่ง
- เหมาะกับการใช้งานในระบบเดลิเวอรี่
- เป็นวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ตามมาตรฐาน
ข้อควรระวังในการใช้งาน
- ไม่เหมาะกับอาหารร้อนจัด
- ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟ
- หากสัมผัสความร้อนสูง อาจทำให้กล่องเสียรูปหรือขุ่นได้
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้กล่อง PET กับอาหารเย็น หรืออาหารที่ผ่านการพักให้คลายความร้อนแล้วก่อนบรรจุ
เหมาะสำหรับอาหารประเภทใด
- อาหารเย็นหรืออาหารแช่เย็น
- สลัดผัก สลัดผลไม้
- ขนมที่มีครีม มีความชื้น
- เบเกอรี่ที่ต้องการรักษาหน้าตา
- เมนูที่ต้องการโชว์สินค้าในระหว่างการขนส่ง
เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
- ร้านอาหารที่เน้นเดลิเวอรี่
- คาเฟ่และร้านขนม
- ร้านที่ต้องการแพ็กเกจดูสะอาดและพรีเมียม
- ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์สินค้า
กล่องพลาสติก PP คืออะไร

PP (Polypropylene) เป็นพลาสติกที่มีความทนทานต่อความร้อนสูง จึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารร้อน โดยเฉพาะเมนูที่มีน้ำ ซอส หรือจำเป็นต้องอุ่นซ้ำก่อนรับประทาน กล่องพลาสติก PP ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หนักกว่า ไม่ยุบง่ายเมื่อใส่อาหารร้อน และช่วยรักษารูปทรงของบรรจุภัณฑ์ได้ดี เหมาะกับทั้งการขายหน้าร้านและระบบเดลิเวอรี่
คุณสมบัติของกล่องพลาสติก PP
- ทนความร้อนได้ดี เหมาะกับอาหารร้อน
- ใช้งานได้ทั้งอาหารร้อนและอาหารเย็น
- โครงสร้างแข็งแรง ไม่ยุบหรือเสียรูปง่าย
- เหมาะกับเมนูที่มีน้ำหรือซอส
- บางรุ่นสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ (ควรตรวจสอบสัญลักษณ์ก่อนใช้งาน)
ข้อควรทราบในการใช้งาน
- ความใสของวัสดุจะน้อยกว่า OPS และ PET เล็กน้อย
- ลักษณะเนื้อพลาสติกจะออกขุ่นหรือกึ่งใส
- เหมาะกับการใช้งานที่เน้นความแข็งแรงและความปลอดภัย มากกว่าการโชว์หน้าสินค้า
อย่างไรก็ตาม กล่อง PP ให้ความรู้สึกแข็งแรงและเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านอาหารจำนวนมากให้ความสำคัญ
เหมาะสำหรับอาหารประเภทใด
- ข้าวราดแกง
- อาหารผัดหรืออาหารทอด
- ซุป แกง และเมนูที่มีน้ำซอส
- อาหารเดลิเวอรี่ที่ต้องการอุ่นซ้ำก่อนรับประทาน
เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
- ร้านอาหารตามสั่ง
- ร้านข้าวแกง
- ร้านเดลิเวอรี่
- ธุรกิจอาหารที่เน้นความรวดเร็วและความทนทานของบรรจุภัณฑ์
ตารางเปรียบเทียบกล่องพลาสติก OPS / PET / PP
| ประเภทพลาสติก | ความใส | การทนความร้อน | เหมาะกับการใช้งาน |
| OPS | สูง | ต่ำ | เบเกอรี่ / อาหารเย็น / ของแห้ง |
| PET | สูงมาก | ปานกลาง | อาหารเย็น / อาหารชื้น / เดลิเวอรี่ |
| PP | ปานกลาง | สูง | อาหารร้อน / เมนูซอส / อุ่นซ้ำได้ |
การเลือกกล่องให้เหมาะ มีผลอย่างไรต่อธุรกิจ
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับประเภทอาหาร เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของร้านโดยตรง
หากเลือกใช้กล่องไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น
- กล่องบิดงอ หรือเสียรูปเมื่อสัมผัสความร้อนหรือไอน้ำ
- อาหารดูไม่น่ารับประทาน แม้รสชาติจะยังดีอยู่
- เกิดการรั่วซึมหรือกล่องยุบระหว่างการขนส่ง
- ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจในคุณภาพสินค้าและมาตรฐานของร้าน
ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อสินค้าในหนึ่งออเดอร์ แต่ยังอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า และลดโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำในระยะยาว
ในทางกลับกัน การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลักษณะอาหาร จะช่วยรักษาคุณภาพสินค้าให้คงสภาพดีตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงมือลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการรับประทานอาหาร บรรจุภัณฑ์ที่เลือกอย่างถูกต้องจึงไม่ใช่แค่ภาชนะใส่อาหาร แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืน
สรุป
กล่องพลาสติก OPS, PET และ PP แม้จะเป็นกล่องพลาสติกเหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับประเภทอาหาร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม
- OPS เหมาะกับอาหารเย็นและเบเกอรี่ที่ต้องการความใสและความสวยงาม
- PET เหมาะกับอาหารเย็นหรืออาหารชื้น ที่ต้องการความแข็งแรงและการขนส่งที่มั่นใจ
- PP เหมาะกับอาหารร้อนและเมนูซอส ที่ต้องการความทนทานและรองรับการอุ่นซ้ำ
บรรจุภัณฑ์ที่เลือกอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยรักษาคุณภาพอาหารให้คงสภาพดีตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงมือลูกค้า แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของร้าน เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค การให้ความสำคัญกับการเลือกกล่องให้เหมาะกับการใช้งานจึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืนในระยะยาว
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกบรรจุภัณฑ์ประเภทใดให้เหมาะกับเมนูของร้าน สามารถแอดไลน์ @sajjapack ขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ของ CPW Packaging เพื่อให้ได้ตัวเลือกที่เหมาะสม คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจได้อย่างแท้จริง
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
ข้อมูลที่ 1 จาก : British Plastics Federation (BPF)
เรื่อง : คุณสมบัติของ Polystyrene (OPS), PET และ PP สำหรับบรรจุภัณฑ์
ลิงก์: https://www.bpf.co.uk/plastipedia/polymers/default.aspx
ข้อมูลที่ 2 จาก : U.S. Food and Drug Administration (FDA)
เรื่อง : บรรจุภัณฑ์และสารที่สัมผัสกับอาหาร (FCS)
ลิงก์ : https://www.fda.gov/food/food-ingredients-packaging/packaging-food-contact-substances-fcs