มอก. คืออะไร? ทำไมบรรจุภัณฑ์อาหารต้องมีมาตรฐานนี้

เวลาที่เราเลือกซื้อบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ชาม ถ้วยกระดาษ หรือกล่องอาหาร คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ปลอดภัยต่อผู้บริโภคจริง?” นอกจากการเลือกใช้วัสดุ Food Grade ที่ปลอดภัยแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ มาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เครื่องหมายเล็กๆ บนบรรจุภัณฑ์ที่มีความหมายใหญ่ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความเข้าใจว่า มอก. คืออะไร, ทำไมบรรจุภัณฑ์อาหารต้องมีมาตรฐานนี้ และแตกต่างจาก Food Grade อย่างไร

 

มอก. คืออะไร?

มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งออกโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นสัญลักษณ์ที่บอกกับผู้บริโภคว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายนี้ได้ผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมต่อการใช้งานแล้ว

สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องหมาย มอก. มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการยืนยันว่า ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สัมผัสกับอาหารและเครื่องดื่มปลอดภัย ไม่มีสารเคมีอันตรายหลุดรอดออกมา ไม่ปนเปื้อนสู่อาหาร และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค

นอกจากนี้ มอก. ยังสะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตของโรงงานว่าได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด เช่น

  • การเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสม
  • การควบคุมกระบวนการผลิต
  • การตรวจสอบคุณภาพสินค้าในแต่ละล็อต

ดังนั้น การมีเครื่องหมาย มอก. ไม่ได้เป็นเพียงแค่การ “ติดสัญลักษณ์” ลงบนสินค้า แต่เป็นการรับรองจากหน่วยงานกลางว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น ผ่านการตรวจสอบจริง และปลอดภัยจริง

 

ทำไมบรรจุภัณฑ์อาหารต้องมีมาตรฐาน มอก.?

รูปจาก https://www.thesteel.co.th/มอก/
รูปจาก https://www.thesteel.co.th/มอก/

 

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มี มอก. ไม่ใช่เพียงเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

  • ปลอดภัยต่อผู้บริโภค → บรรจุภัณฑ์ที่ได้ มอก. ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยเมื่อสัมผัสกับอาหารและเครื่องดื่ม
  • สร้างความมั่นใจ → เครื่องหมาย มอก. เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่าเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐาน
  • ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย → ผลิตภัณฑ์บางประเภทถูกกำหนดให้ “ต้องมี มอก.” หากไม่มี อาจผิดกฎหมายได้
  • เพิ่มคุณค่าทางธุรกิจ → ร้านค้าและโรงงานที่เลือกใช้บรรจุภัณฑ์มาตรฐาน มอก. จะได้เปรียบด้านภาพลักษณ์และโอกาสในการแข่งขัน

 

ความแตกต่างระหว่าง Food Grade และ มอก.

หลายคนมักสงสัยว่า หากบรรจุภัณฑ์ระบุว่าเป็น Food Grade แล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรฐาน มอก. อีกหรือไม่?
ความจริงแล้ว ทั้งสองอย่างนี้มีความหมายต่างกันและทำหน้าที่เสริมกันค่ะ

  • Food Grade
    หมายถึงคุณสมบัติของ “วัสดุ” ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการสัมผัสกับอาหารหรือเครื่องดื่มโดยตรง เช่น พลาสติก PET, PP หรือกระดาษที่ผ่านการรับรองว่าไม่ปล่อยสารอันตรายออกมา
  • มอก.
    เป็นการรับรองในระดับ “ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป” จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่าบรรจุภัณฑ์นั้น ๆ ได้มาตรฐานจริง ผ่านการตรวจสอบทั้งวัสดุ กระบวนการผลิต และคุณภาพโดยรวม

สรุปง่าย ๆ

  • Food Grade = วัสดุปลอดภัย
  • มอก. = ผลิตภัณฑ์ทั้งชิ้นผ่านการตรวจสอบและรับรองตามเกณฑ์มาตรฐาน

ดังนั้น แม้บรรจุภัณฑ์จะทำจากวัสดุ Food Grade แต่ถ้าไม่มี มอก. ก็ยังไม่ถือว่า “ผ่านการรับรองในเชิงกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม” ค่ะ

 

ตัวอย่าง มอก. ที่ใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหาร

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูตัวอย่างมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์อาหารที่พบได้บ่อยในท้องตลาด

  • มอก. 655-2559 → ภาชนะพลาสติกสำหรับใส่อาหาร เช่น แก้วพลาสติก ฝาครอบ กล่องอาหารพลาสติก
  • มอก. 1057-2555 → ขวดพลาสติกชนิด PET และ PP ที่ใช้สำหรับบรรจุน้ำดื่ม
  • มอก. 2441-2552 → ฟิล์มพลาสติกที่ใช้ห่ออาหาร เพื่อปกป้องอาหารจากการปนเปื้อนและยืดอายุการเก็บรักษา
  • มอก. 1034-2555 → กระดาษและกระดาษแข็งที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น ถ้วยกระดาษ กล่องใส่อาหาร

จากตัวอย่างเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าบรรจุภัณฑ์อาหารแทบทุกชนิดที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น แก้ว ฝา กล่อง ถุง ฟิล์มห่อ หรือถ้วยกระดาษ ล้วนมีมาตรฐาน มอก. กำกับเพื่อรับรองความปลอดภัยทั้งสิ้น

คำแนะนำ: หากคุณกำลังเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น แก้ว PET, แก้ว PP, ฝาโดม หรือกล่องอาหาร ควรเลือกจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน มอก. อย่าง CPW Packaging เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย

 

สรุป

มอก. ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์เล็ก ๆ บนบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ปลอดภัย ได้คุณภาพ และผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด สำหรับผู้ประกอบการ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มี มอก. ไม่เพียงช่วยคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

เมื่อเปรียบเทียบกับการมีเพียงคุณสมบัติ Food Grade แล้ว จะเห็นว่า มอก. คือการรับรองในระดับที่ชัดเจนกว่า เพราะครอบคลุมทั้งวัสดุ กระบวนการผลิต และคุณภาพของสินค้าสำเร็จรูป ดังนั้นการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ได้ทั้ง Food Grade + มอก. จึงถือเป็นมาตรฐานที่ควรมีสำหรับทุกธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

หากคุณต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ทั้ง ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เลือกใช้สินค้าจาก CPW Packaging ที่ผ่านการรับรองทั้ง Food Grade และ มอก. เพราะความปลอดภัยของผู้บริโภคและคุณภาพของธุรกิจคุณคือสิ่งที่เรายึดถือเป็นอันดับหนึ่ง สนใจสินค้าที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน รบกวนแอดไลน์ @sajjapack ได้เลยค่ะ

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

ข้อมูลจาก: สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

เรื่อง: มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

ลิงก์: https://www.tisi.go.th/website/standardlist/list_measures