บรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ‘Food Grade’ กับ ‘Food Contact’ ต่างกันอย่างไร?

ทุกวันนี้ ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้คำว่า “Food Grade” และ “Food Contact” กลายเป็นคำสำคัญที่เจ้าของร้านอาหาร โรงงานผลิตอาหาร หรือแม้แต่ผู้บริโภคทั่วไปต้องรู้จัก แต่เชื่อหรือไม่ว่า แม้จะเห็นสองคำนี้อยู่คู่กับบรรจุภัณฑ์ทุกประเภท ตั้งแต่ถ้วยกระดาษ กล่องข้าว แก้วพลาสติก ไปจนถึงช้อนส้อมพลาสติก หลายคนก็ยังแยกความหมายไม่ออก และเข้าใจผิดในการเลือกใช้งาน

ในบทความนี้เราจะพาคุณทำความเข้าใจความหมายของแต่ละคำ พร้อมตัวอย่าง เปรียบเทียบชัดเจน และแนะแนวทางเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับธุรกิจของคุณ

 

ความหมายของ “Food Grade” คืออะไร?

Food Grade คือ การรับรองว่า “วัตถุดิบหรือวัสดุ” ที่นำมาใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์นั้นมีคุณสมบัติปลอดภัยสำหรับการใช้งานกับอาหาร เช่น ไม่มีสารเคมีอันตราย สารเคมีปนเปื้อน หรือโลหะหนักที่เกินค่ามาตรฐาน

ข้อดีของการเลือกใช้วัสดุ Food Grade:

  • ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นอันตราย
  • สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • รองรับการนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารได้หลากหลายประเภท ทั้งแบบเย็นและแบบร้อน
  • เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่สากลยอมรับ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตาลูกค้า
  • เพิ่มโอกาสในการส่งออกหรือขยายตลาดไปยังประเทศที่มีข้อกำหนดเข้มงวด

 

ตัวอย่างของวัสดุ Food Grade ได้แก่:

  • เม็ดพลาสติก PP, PET ที่ได้รับการรับรอง
  • กระดาษฟู้ดเกรดเคลือบ PE หรือ PLA
  • หมึกพิมพ์ Food Grade เช่น หมึกถั่วเหลือง

การเลือกใช้วัสดุ Food Grade เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของบรรจุภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง แม้จะยังไม่เพียงพอหากไม่ได้ผ่านการทดสอบในขั้นตอนผลิตสุดท้าย แต่ก็ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นแรก ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของสินค้าและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง

 

ความหมายของ “Food Contact” คืออะไร?

Food Contact หมายถึง “ผลิตภัณฑ์สุดท้าย” ที่ผ่านการทดสอบว่า สามารถสัมผัสอาหารได้โดยตรง โดยไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารอันตราย เช่น สาร BPA, สารฟอร์มาลีน หรือโลหะหนัก ซึ่งอาจละลายออกมาเมื่อโดนความร้อนหรือความชื้น

ข้อดีของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง Food Contact:

  • เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าอาหารปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • รองรับการใช้งานจริงในสภาวะที่หลากหลาย เช่น ของร้อน ของมัน หรือของเปรี้ยว
  • สร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์อาหาร

 

ตัวอย่างของวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ควรมีใบรับรอง Food Contact ได้แก่:

  • ถ้วยกระดาษที่ใช้ใส่กาแฟร้อน
  • แก้วพลาสติกใส่ชานมไข่มุก
  • กล่องใส่อาหารร้อนเข้าไมโครเวฟได้
  • ช้อน ส้อม มีด พลาสติกที่ใช้ในร้านอาหารหรือจัดเลี้ยง

 

โดย Food Contact ต้องได้รับการทดสอบการย้ายถ่ายของสาร (Migration Test) ตามมาตรฐานสากล เช่น:

  • FDA (สหรัฐอเมริกา)
  • EU Regulation 1935/2004 (ยุโรป)
  • BfR (เยอรมนี)
  • มอก. 2921-2562 (ประเทศไทย)

 

หมายเหตุ: แม้ผลิตภัณฑ์จะดูเหมือนปลอดภัยจากภายนอก แต่หากไม่มีใบรับรองหรือผลการทดสอบอย่างชัดเจน ก็อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคในระยะยาว

 

 

ตารางเปรียบเทียบ “Food Grade” กับ “Food Contact”

 

หัวข้อ

 

Food Grade

 

 

Food Contact

ความหมาย วัสดุหรือวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการใช้กับอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่สามารถสัมผัสอาหารได้โดยตรงอย่างปลอดภัย
ผ่านการทดสอบ ตรวจสอบวัตถุดิบเบื้องต้น ทดสอบในระดับผลิตภัณฑ์จริง เช่น Migration Test
ตัวอย่าง เม็ดพลาสติก, หมึกพิมพ์, กระดาษก่อนขึ้นรูป ถ้วยกาแฟ, กล่องข้าว, ช้อนพลาสติก
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง FDA วัตถุดิบ, ISO, BRC FDA (Final Product), EU 1935/2004, มอก. 2921
จุดที่หลายคนสับสน คิดว่า Food Grade ใช้สัมผัสอาหารได้เลย ต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมเสมอถึงจะได้เป็น Food Contact

 

ทำไมเรื่องนี้สำคัญสำหรับเจ้าของร้านอาหาร?

ในโลกที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพของอาหารมากขึ้นทุกวัน การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีมาตรฐานจึงไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็น “เรื่องของความเชื่อมั่น” ที่ส่งผลโดยตรงต่อชื่อเสียงและความสำเร็จของธุรกิจ

ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า “ใช้ถ้วยกระดาษที่ระบุว่า Food Grade ก็พอแล้ว” แต่ความจริงคือ ถ้ายังไม่มีการทดสอบด้าน Food Contact อย่างชัดเจน ถ้วยนั้นอาจปล่อยสารเคมีที่อันตรายออกมาได้ เช่น ในกรณีที่ใส่ของร้อนหรือของมัน

หากร้านของคุณใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน อาจเกิดผลกระทบหลายด้าน เช่น:

  • อันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค
  • เสียความน่าเชื่อถือของแบรนด์
  • ถูกฟ้องร้องหรือโดนตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ
  • ไม่ผ่านเกณฑ์สำหรับส่งออกหรือลงขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ใหญ่ ๆ

 

แล้วเราควรเลือกใช้แบบไหน?

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน แต่ยังเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจให้ดูใส่ใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถแบ่งแนวทางเลือกได้ดังนี้:

สำหรับสินค้าที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น:

  • แก้วน้ำ
  • ถ้วยกระดาษ
  • กล่องใส่อาหาร

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง Food Grade  และ Food Contact โดยตรงจากผู้ผลิต

 

สำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ไม่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น:

  • หมึกพิมพ์ด้านนอกบรรจุภัณฑ์
  • กล่องชั้นนอกสำหรับหุ้มห่อ

ใช้วัสดุ Food Grade ได้ และควรขอข้อมูลหรือใบรับรองจากผู้ผลิต เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีการปนเปื้อนขณะใช้งานจริง

คำแนะนำ: เมื่อสั่งผลิตถ้วยหรือกล่องพร้อมพิมพ์โลโก้ควรเลือกโรงงานที่ใช้หมึกพิมพ์ Food Grade เท่านั้น

 

สรุป

แม้คำว่า Food Grade และ Food Contact จะดูคล้ายกันและมักถูกใช้ควบคู่กันอยู่เสมอ แต่ทั้งสองคำนี้มีความหมายและบทบาทที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแง่ของความปลอดภัยอาหาร โดย Food Grade คือมาตรฐานของ “วัสดุ” ที่ปลอดภัย ส่วน Food Contact คือการรับรองในระดับ “ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป” ที่สามารถสัมผัสอาหารได้โดยตรงอย่างปลอดภัยจริงๆ

สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งสองแบบไม่เพียงลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

ที่ CPW เราคัดสรรเฉพาะวัสดุ Food Grade และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน Food Contact อย่างเข้มงวด เพื่อให้ลูกค้าของคุณมั่นใจได้ว่า ทุกกล่อง ทุกชิ้นงาน ปลอดภัยสำหรับการใช้งาน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

ข้อมูลจาก: European Commission (คณะกรรมาธิการยุโรป)

เรื่อง: Food Contact Materials

ลิงก์: https://food.ec.europa.eu/food-safety/chemical-safety/food-contact-materials_en