ความเสี่ยงของการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน มอก.

ในยุคที่ธุรกิจอาหารและเดลิเวอรี่แข่งขันกันสูง ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่รสชาติหรือราคาอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานของร้านมากขึ้นอย่างชัดเจน บรรจุภัณฑ์จึงไม่ใช่เพียงภาชนะใส่อาหาร แต่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค หนึ่งในประเด็นที่เจ้าของร้านมักมองข้าม คือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน มอก. แม้จะมีราคาถูก แต่กลับแฝงความเสี่ยงในหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมาย สุขภาพผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของร้านในระยะยาว

บทความนี้จะอธิบายอย่างชัดเจนถึงความเสี่ยงที่ธุรกิจอาหารอาจเผชิญ หากเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน มอก. และเหตุผลว่าทำไมร้านมืออาชีพจึงควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานนี้อย่างจริงจัง

 

ปัญหาของการใช้บรรจุภัณฑ์ไม่มี มอก. ที่ร้านอาหารมักมองข้าม

แม้บรรจุภัณฑ์ราคาถูกจะช่วยลดต้นทุนในระยะสั้น แต่ในความเป็นจริงกลับมีข้อจำกัดหลายประการที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว ดังนี้

  1. ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการถูกตรวจสอบ

สินค้าไม่มี มอก. อาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากถูกสุ่มตรวจ ร้านอาจถูกตักเตือน ปรับ หรือสั่งให้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทันที ส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

  1. ความเสี่ยงด้านสารปนเปื้อนและสุขภาพ

บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจใช้วัตถุดิบที่ไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย เมื่อสัมผัสกับอาหารร้อนหรือมีน้ำมัน อาจเกิดการปล่อยสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ส่งผลต่อสุขภาพและนำไปสู่ข้อร้องเรียนได้

  1. ภาพลักษณ์ร้านเสียความน่าเชื่อถือ

บรรจุภัณฑ์ที่ดูไม่มีมาตรฐาน สกปรก หรือเสียรูปง่าย ทำให้ลูกค้ารับรู้ว่าร้านไม่ใส่ใจคุณภาพ แม้รสชาติอาหารจะดี แต่ภาพรวมอาจถูกลดคุณค่าในสายตาผู้บริโภค

  1. ไม่เหมาะกับระบบเดลิเวอรี่

บรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐานมักเกิดปัญหารั่ว แตก หรือยุบตัวง่าย ทำให้อาหารถึงมือลูกค้าในสภาพไม่สมบูรณ์ ส่งผลต่อคะแนนรีวิวและความพึงพอใจโดยตรง

  1. ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น

การเปลี่ยนสินค้า การจัดการเรื่องร้องเรียน และการแก้ไขภาพลักษณ์ ล้วนเป็นต้นทุนที่สูงกว่าการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์มาตรฐานตั้งแต่แรก

 

ผลกระทบจริงที่เกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ไม่มี มอก.

จากกรณีที่พบในธุรกิจอาหารและเดลิเวอรี่ ร้านที่เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน มักเผชิญผลกระทบที่มากกว่าที่คาดไว้ในช่วงเริ่มต้น และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่ลุกลามไปถึงภาพลักษณ์และรายได้ในระยะยาว เช่น

  1. รีวิวเชิงลบที่ส่งผลต่อยอดขายทันที

ลูกค้าจำนวนมากให้ความสำคัญกับรีวิวก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ เมื่อเกิดกรณีอาหารหก กล่องยุบ หรือภาชนะบิดเบี้ยว ภาพถ่ายและคอมเมนต์เชิงลบจะถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่หรือโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ลูกค้าใหม่เกิดความลังเลและลดโอกาสการสั่งซ้ำอย่างเห็นได้ชัด

  1. การคืนสินค้าและต้นทุนชดเชยที่เพิ่มขึ้น

บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดการรั่วซึม เสียรูป หรือปิดไม่สนิท ร้านต้องรับผิดชอบด้วยการคืนเงิน ส่งใหม่ หรือให้คูปองชดเชย ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนที่ไม่อยู่ในแผนธุรกิจ

  1. สูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าประจำ

ลูกค้าประจำคือหัวใจของรายได้ระยะยาว หากประสบการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นซ้ำ แม้เพียงไม่กี่ครั้ง ความเชื่อมั่นที่เคยมีอาจหายไป และยากต่อการเรียกกลับมา

  1. ความเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียนหรือถูกตรวจสอบ

หากเกิดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ ร้านอาจถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลต่อภาพลักษณ์และขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. กระทบต่อการขยายธุรกิจในอนาคต

ร้านที่ไม่มีมาตรฐานชัดเจน มักไม่ผ่านเกณฑ์ของตลาดองค์กร ห้างสรรพสินค้า หรือแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ ทำให้โอกาสในการเติบโตถูกจำกัด

 

เพียงบรรจุภัณฑ์ที่ผิดมาตรฐานหนึ่งชิ้น สามารถบั่นทอนความน่าเชื่อถือของร้านได้ในระยะยาว และสร้างต้นทุนที่มองไม่เห็นให้ธุรกิจโดยไม่จำเป็น

กรณีศึกษา (Case จริงจากธุรกิจอาหาร)

ร้าน A – ร้านอาหารเดลิเวอรี่ในเขตเมือง ร้านเลือกใช้กล่องพลาสติกราคาถูกที่ไม่มีมาตรฐาน มอก. เพื่อประหยัดต้นทุนต่อกล่องประมาณ 1.20 บาท ในช่วงแรกพบว่ากล่องมีปัญหายุบตัวและน้ำซุปซึมออกระหว่างขนส่ง ส่งผลให้ลูกค้าร้องเรียนต่อเนื่อง

ผลที่เกิดขึ้นในระยะ 2 เดือนแรก:

  • ต้องคืนเงินและชดเชยลูกค้า 28 ออเดอร์
  • แจกคูปองชดเชยรวมมูลค่า 9,600 บาท
  • เสียค่าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่เร่งด่วนอีก 8,500 บาท
  • คะแนนรีวิวเฉลี่ยจาก 4.8 ดาว เหลือ 4.1 ดาว

รวมค่าเสียหายเฉพาะด้านบรรจุภัณฑ์มากกว่า 18,100 บาท จากความพยายาม “ประหยัด” ต้นทุนเพียงหลักพันบาท

 

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับร้านอาหาร

เพื่อป้องกันปัญหาและผลกระทบจากการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ร้านอาหารควรวางระบบการเลือกและตรวจสอบบรรจุภัณฑ์อย่างรอบคอบ โดยไม่พิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว แนวทางปฏิบัติที่แนะนำมีดังนี้

 

  1. ตรวจสอบเลข มอก. ทุกครั้งก่อนสั่งซื้อ

อย่าเชื่อคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าบนสินค้า หรือเอกสารประกอบ มีการระบุเลข มอก. ถูกต้อง ตรงกับประเภทสินค้า และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นผ่านมาตรฐานตามข้อกำหนดของภาครัฐ

  1. ขอเอกสารรับรองจากผู้จำหน่าย

ควรขอเอกสารรับรองมาตรฐาน เช่น ใบรับรอง มอก. ใบวิเคราะห์วัสดุ หรือเอกสารแสดงคุณสมบัติการใช้งานกับอาหาร (Food Contact) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ และเก็บไว้สำหรับการอ้างอิงกรณีถูกสุ่มตรวจในอนาคต

  1. เลือกซัพพลายเออร์ที่มีแหล่งผลิตชัดเจน

ควรเลือกผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่มีโรงงานจริง มีที่อยู่ชัดเจน มีประวัติการดำเนินงาน และสามารถให้ข้อมูลกระบวนการผลิตได้อย่างโปร่งใส ร้านที่มีซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ จะลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและการร้องเรียนในระยะยาว

  1. หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกผิดปกติ

สินค้าที่มีราคาต่ำกว่าตลาดอย่างชัดเจนมักมาพร้อมคุณภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้วัตถุดิบที่ไม่เหมาะสมกับการสัมผัสอาหาร การเลือกสินค้าจากราคาที่สมเหตุสมผล คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและชื่อเสียงของร้าน

  1. จัดทำรายการบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน

ร้านควรมีรายการบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว พร้อมระบุประเภท ขนาด และซัพพลายเออร์ เพื่อป้องกันการสั่งผิด หรือการเปลี่ยนสินค้าโดยไม่ตั้งใจของพนักงาน

  1. กำหนดขั้นตอนการตรวจรับสินค้า

ควรมีการตรวจสอบสินค้าเมื่อรับเข้าสต๊อก เช่น สภาพสินค้า ความคงรูป ฉลาก และเลขมาตรฐาน เพื่อคัดกรองสินค้าที่มีปัญหาก่อนนำไปใช้งานจริง

  1. อบรมพนักงานให้เข้าใจเรื่องมาตรฐาน

พนักงานควรได้รับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความสำคัญของ มอก. และวิธีสังเกตบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ทุกคนในร้านมีส่วนร่วมในการควบคุมคุณภาพ

 

บรรจุภัณฑ์มาตรฐาน CPW Packaging — ตัวเลือกที่ลดความเสี่ยงให้ธุรกิจ

CPW Packaging ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการขึ้นรูป การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการตรวจสอบก่อนจัดส่ง สินค้าทุกชิ้นผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. และถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการสัมผัสอาหารโดยตรง ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งร้านและผู้บริโภค

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาด้านกฎหมายและข้อร้องเรียน แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

กลุ่มสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน มอก. จาก CPW Packaging

  1. แก้วพลาสติก ผลิตจากพลาสติก Food Grade มีความใส แข็งแรง และคงรูป เหมาะสำหรับเครื่องดื่มร้อน–เย็น ลดความเสี่ยงต่อการเสียรูปหรือการปล่อยสารเมื่อสัมผัสอุณหภูมิสูง
  2. ช้อน–ส้อมพลาสติก ออกแบบให้แข็งแรง ไม่แตกง่าย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหาร เหมาะสำหรับร้านเดลิเวอรี่และงานจัดเลี้ยงที่ต้องการความมั่นใจด้านสุขอนามัย
  3. กล่องพลาสติกใส่อาหาร / กล่องเบเกอรี่ ผ่านการควบคุมคุณภาพด้านความคงรูปและความใส เหมาะสำหรับใส่อาหารพร้อมทาน เบเกอรี่ และอาหารเดลิเวอรี่ ช่วยให้สินค้าไม่เสียรูปและดูสะอาดน่ารับประทาน
  4. ชามพลาสติก รองรับอาหารร้อนและเมนูน้ำได้ดี ลดปัญหารั่วซึม เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการทางเลือกที่ปลอดภัย พร้อมมาตรฐานที่ตรวจสอบได้
  5. ฝาพลาสติก ออกแบบให้ล็อกแน่น ปิดสนิท ลดการหกหรือรั่วระหว่างขนส่ง ช่วยรักษาคุณภาพอาหารและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในทุกการจัดส่ง

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์จาก CPW Packaging จึงไม่ใช่แค่การเลือกสินค้า แต่คือการเลือกมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ

ทีมงาน CPW Packaging

“จากประสบการณ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์มากกว่า 10 ปี เราพบว่าร้านอาหารที่ลงทุนเลือกบรรจุภัณฑ์ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น มีอัตราปัญหาจากการเคลมต่ำกว่าร้านที่ใช้สินค้าราคาถูก ถึง 60% และสามารถรักษาฐานลูกค้าประจำได้ต่อเนื่องมากกว่า 2 เท่า”

 

สรุป

บรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน มอก. อาจช่วยลดต้นทุนในระยะสั้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงให้ธุรกิจในระยะยาว ทั้งด้านกฎหมาย สุขภาพผู้บริโภค ภาพลักษณ์ร้าน และโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะในยุคที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ขาดมาตรฐานจึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจเรื่องต้นทุน แต่คือการเปิดช่องให้เกิดปัญหาที่อาจกระทบต่อชื่อเสียงของร้าน ความสัมพันธ์กับลูกค้า และความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจากแหล่งผลิตที่ตรวจสอบได้ เช่น CPW Packaging ช่วยลดปัญหาในการใช้งานจริง เสริมความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และยกระดับภาพลักษณ์ของร้านให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นในทุกมิติ

ในระยะยาว ร้านที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานตั้งแต่ต้น คือร้านที่สามารถสร้างความไว้วางใจ รักษาฐานลูกค้า และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดอาหารที่แข่งขันสูง

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

ข้อมูลที่ 1 จาก: สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) / กระทรวงอุตสาหกรรม

เรื่อง: ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร
ลิงก์
: https://service.tisi.go.th/fulltext/655_2553_1.pdf

 

ข้อมูลที่ 2 จาก: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
เรื่อง
: บริการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานไทย มอก. 655 ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร /มอก.2493 ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารสำหรับเตาไมโครเวฟ

ลิงก์: https://bds.sme.go.th/Service/Detail/518