ในยุคที่ธุรกิจเดลิเวอรี่และอาหารพร้อมทานเติบโตอย่างรวดเร็ว กล่องกระดาษใส่อาหาร กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ยอดนิยมที่ร้านอาหารจำนวนมากเลือกใช้ เพราะทั้งน้ำหนักเบา ดูดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยอยู่เสมอว่า “กล่องกระดาษใส่อาหารสามารถทนความร้อนได้แค่ไหน?”
บทความนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้อย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ฟู้ดเกรด เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกกล่องที่เหมาะกับอาหารของคุณได้ดีที่สุด
ทำไมต้องเลือกกล่องกระดาษใส่อาหารที่ทนความร้อนได้
อาหารส่วนใหญ่ที่บรรจุลงกล่องมักมีอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะเมนูประเภทของทอด อาหารไทยร้อนจัด หรืออาหารที่เพิ่งออกจากเตาอบใหม่ ๆ ซึ่งความร้อนเหล่านี้สามารถส่งผลโดยตรงต่อสภาพของกล่องที่ใช้บรรจุได้
หากกล่องกระดาษที่เลือกใช้ ไม่สามารถทนความร้อนได้มากพอ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ
- กล่องนิ่มหรือยุบตัว เมื่อโดนความชื้นและความร้อน ทำให้เสิร์ฟอาหารได้ไม่สวยงาม
- สารเคลือบด้านในอาจละลายหรือซึมออกมา เช่น สารจากการเคลือบกันมันที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจปนเปื้อนลงในอาหาร
- เกิดการรั่วซึม ทำให้ซอสหรือน้ำแกงไหลออกมาเลอะเทอะ สูญเสียความน่ารับประทาน
- สร้างความประทับใจด้านลบต่อแบรนด์ ลูกค้าอาจมองว่าร้านไม่ใส่ใจรายละเอียด
ที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของผู้บริโภค หากบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือทนความร้อนไม่เพียงพอ ก็มีโอกาสที่สารเคมีจากหมึกพิมพ์หรือสารเคลือบจะซึมเข้าสู่อาหารโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ในมุมธุรกิจเอง การลงทุนเลือกกล่องกระดาษฟู้ดเกรดที่ทนความร้อนได้ดี อาจดูมีต้นทุนสูงกว่ากล่องทั่วไปเล็กน้อย แต่ในระยะยาวจะช่วยป้องกันปัญหา ลดค่าใช้จ่ายจากของเสีย และสร้างภาพลักษณ์ร้านที่ดูใส่ใจคุณภาพและความปลอดภัยมากขึ้น
กล่องกระดาษใส่อาหารทำจากอะไร?
กล่องกระดาษใส่อาหาร ที่เราใช้กันในปัจจุบัน ไม่ได้ทำจากกระดาษธรรมดาทั่วไป แต่ผลิตขึ้นมาเฉพาะเพื่อการบรรจุอาหารโดยตรง โดยใช้ กระดาษฟู้ดเกรด ซึ่งผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและการสัมผัสอาหารอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีสารอันตรายปนเปื้อนลงในอาหาร
1. โครงสร้างหลัก
- ใช้ กระดาษคราฟท์ หรือ กระดาษขาวเนื้อหนา (SBS Board) ที่มีความแข็งแรงและทนทานกว่ากระดาษทั่วไป
- น้ำหนักกระดาษมักจะอยู่ในช่วง 230 – 300 แกรม เพื่อให้กล่องคงรูปได้ดีแม้บรรจุอาหารร้อนหรืออาหารที่มีน้ำหนักมาก
2. การเคลือบด้านใน (Coating)
ด้านในของกล่องจะถูกเคลือบด้วยฟิล์มบาง ๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำ กันมัน และช่วยให้กล่องไม่เปื่อยยุ่ยเมื่อเจออาหารที่มีความชื้นหรืออุณหภูมิสูง
- PE (Polyethylene)
ใช้กันแพร่หลายที่สุด ช่วยป้องกันน้ำและไขมันซึม เหมาะกับอาหารทั่วไปและของทอด - PLA (Polylactic Acid)
ทำจากพืช เช่น ข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง เป็นวัสดุชีวภาพ (Bioplastic) ย่อยสลายง่าย ใช้กับสินค้ารักษ์โลกที่ต้องการลดการใช้พลาสติก - ฟิล์มกันมันพิเศษ
ใช้ในกล่องที่ต้องใส่อาหารทอดหรืออาหารมันจัด เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันซึมออกมาและยังช่วยให้กล่องคงรูป
ผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน มักจะระบุชัดเจนว่ากระดาษและสารเคลือบที่ใช้เป็นฟู้ดเกรด และผ่านมาตรฐานสากล เช่น GHPs & HACCP
กล่องกระดาษทนความร้อนได้กี่องศา?
โดยทั่วไป กล่องกระดาษฟู้ดเกรดที่เคลือบ PE หรือ PLA สามารถทนความร้อนได้ประมาณ 70–90°C ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับอาหารร้อนทั่วไปที่พบในร้านอาหารและเดลิเวอรี่ เช่น ข้าวราดแกง ขนมจีน ของทอด หรืออาหารไทยส่วนใหญ่ที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ
แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ก้าวหน้าไปมาก จึงมีการพัฒนากล่องกระดาษหลายชนิดที่ทนความร้อนได้สูงขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายกว่าเดิม
1. กล่องมาตรฐาน (เคลือบ PE / PLA)
- ทนความร้อนได้สูงสุดประมาณ 90°C
- เหมาะกับอาหารที่เพิ่งตักจากหม้อหรือกระทะ เช่น ข้าวผัด อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวแห้ง หรือของทอด
2. กล่องพิเศษทนร้อนสูง
- ปัจจุบันมีการพัฒนา กล่องที่ทนความร้อนได้ถึง 100°C หรือมากกว่า
- เหมาะสำหรับเมนูที่มีน้ำซุปเดือดหรืออาหารที่ต้องการอุ่นซ้ำ เช่น ซุป ราเมง หรืออาหารต้ม
- มักมีการเคลือบฟิล์มชนิดพิเศษ หรือใช้โครงสร้างกระดาษที่หนากว่าปกติ เพื่อรับน้ำหนักและความร้อนได้ดีขึ้น
- บางรุ่นได้รับการออกแบบ ให้ใช้เข้าไมโครเวฟได้โดยตรง (ตรวจสอบสัญลักษณ์ Microwave Safe จากผู้ผลิต)
เคล็ดลับ: หากต้องใส่อาหารร้อนมาก ควรเลือกกล่องที่ผ่านมาตรฐาน Food Grade และทดสอบการใช้งานจริงก่อนนำไปใช้กับลูกค้า
ปัจจัยที่มีผลต่อการทนความร้อน
แม้จะใช้กล่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์อาจต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและวิธีใช้งาน
1 ประเภทของอาหาร
- ของทอดหรืออาหารแห้ง : ใช้ได้สบาย กล่องยังคงรูปได้ดี
- อาหารน้ำขลุกขลิก : ต้องเลือกกล่องที่เคลือบกันน้ำและกันมันดี
- ซุปหรือแกงร้อนจัด : ควรเลือกกล่องที่ระบุว่าทนร้อนได้สูง
2 ระยะเวลาที่อาหารอยู่ในกล่อง
- อาหารร้อนที่อยู่ในกล่องนาน อาจทำให้โครงสร้างกล่องอ่อนลง
- ถ้าต้องการเก็บนาน ๆ เลือกกล่องที่มีความหนามากขึ้น
3 วิธีเก็บและซ้อนกล่อง
- กล่องกระดาษบางชนิดไม่ควรวางซ้อนหลายชั้นตอนอาหารยังร้อน เพราะอาจเกิดความชื้นและบิดงอได้
วิธีเลือกกล่องให้เหมาะกับอาหารของคุณ
1. พิจารณาอุณหภูมิของอาหาร
- ถ้าขายอาหารร้อนจัดหรือมีน้ำซุป เลือกกล่องที่ระบุทนความร้อนสูงและเคลือบกันน้ำ
2. ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
- เลือกผู้ผลิตที่ใช้หมึกพิมพ์ฟู้ดเกรด เช่น หมึกถั่วเหลือง และกระดาษฟู้ดเกรดแท้
3. เลือกขนาดและรูปแบบที่เหมาะสม
- กล่องฝากาง, กล่องฝากระดก, หรือกล่องแบบล็อก เพื่อให้ใช้งานสะดวก
4. พิจารณาภาพลักษณ์
- การพิมพ์โลโก้บนกล่องช่วยสร้างการจดจำและเพิ่มมูลค่าแบรนด์
ข้อดีของกล่องกระดาษใส่อาหาร
1. ปลอดภัยเมื่อเลือกฟู้ดเกรด
กล่องกระดาษฟู้ดเกรดผลิตจากวัตถุดิบที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เช่น FDA หรือ SGS ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีสารอันตรายปนเปื้อนลงในอาหาร
- ผู้ผลิตที่มีคุณภาพยังใช้หมึกพิมพ์ฟู้ดเกรด เช่น หมึกถั่วเหลือง ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
- เหมาะสำหรับทั้งอาหารร้อน อาหารทอด และอาหารที่มีซอส
2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับกล่องโฟม
กล่องกระดาษสามารถย่อยสลายได้ง่ายกว่าและมีตัวเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษรีไซเคิลหรือ PLA ที่ทำจากพืช
- ช่วยลดปริมาณขยะที่ใช้เวลาย่อยสลายนาน
- เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกในปัจจุบัน
3. ช่วยเสริมภาพลักษณ์ร้าน ให้ดูพรีเมียมและทันสมัย
กล่องกระดาษมีดีไซน์หลากหลาย ดูเรียบร้อยและสะอาดตา ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ร้านดูใส่ใจรายละเอียด
- ลูกค้ามักมองว่าร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์คุณภาพดีเป็นร้านที่ใส่ใจคุณภาพอาหาร
- การเลือกกล่องที่ดูดีและเหมาะกับแบรนด์ยังช่วยให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือแชร์บนโซเชียลได้ง่ายขึ้น
4. ใช้งานสะดวก น้ำหนักเบา และพิมพ์โลโก้เพิ่มมูลค่าได้
กล่องกระดาษน้ำหนักเบา พกพาสะดวก และใช้ได้กับหลายเมนู
- สามารถพิมพ์โลโก้หรือข้อความลงไปได้ตามต้องการ เพิ่มมูลค่าทางแบรนด์
- รูปแบบหลากหลาย เช่น ฝากาง ฝากระดก แบบล็อก ช่วยให้เหมาะกับการใช้งานหลายประเภท
ข้อควรระวังเมื่อใช้กับอาหารร้อน
1. อย่าใส่อาหารร้อนเกินความสามารถของกล่อง
กล่องกระดาษฟู้ดเกรดมาตรฐานทนความร้อนได้ประมาณ 70–90°C ถ้าใส่อาหารที่เพิ่งต้มเดือดหรือร้อนเกินไป อาจทำให้กล่องนิ่ม ยุบตัว หรือรั่วซึมได้
คำแนะนำ: ควรปล่อยให้อาหารลดอุณหภูมิสักเล็กน้อยก่อนบรรจุลงกล่อง
2. ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟ เว้นแต่ระบุชัดเจนว่าปลอดภัย
กล่องกระดาษบางรุ่นไม่ได้ออกแบบให้ทนความร้อนจากไมโครเวฟ ฟิล์มเคลือบอาจละลายหรือปล่อยสารไม่พึงประสงค์
คำแนะนำ: ใช้เฉพาะกล่องที่มีสัญลักษณ์หรือคำรับรองว่า “Microwave Safe”
3. เลือกกล่องจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และสอบถามรายละเอียดการทนความร้อนทุกครั้ง
ควรเลือกผู้ผลิตที่ใช้กระดาษฟู้ดเกรดและหมึกพิมพ์ฟู้ดเกรด พร้อมมีใบรับรองมาตรฐาน เช่น FDA, SGS เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะสมกับอาหารร้อนจริง
คำแนะนำ: ก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก ควรสอบถามหรือทดสอบจริงกับเมนูอาหารของคุณ
สรุป
กล่องกระดาษใส่อาหารส่วนใหญ่สามารถทนความร้อนได้ประมาณ 70–90°C ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานกับอาหารร้อนทั่วไป เช่น ข้าวราดแกง ของทอด หรืออาหารตามสั่งที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณต้องบรรจุอาหารที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น น้ำซุปเดือดจัด อาหารจากหม้อต้ม หรือเมนูที่ต้องอุ่นซ้ำในไมโครเวฟ ควรเลือกกล่องที่ ผู้ผลิตระบุชัดเจนว่าเป็นรุ่นทนความร้อนสูง และได้รับการรับรองว่าปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหารร้อนโดยตรง
สำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ หรือธุรกิจที่ต้องการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า การใช้ กล่องกระดาษฟู้ดเกรดที่ได้มาตรฐานจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยให้มั่นใจว่า อาหารไม่ปนเปื้อนสารอันตราย แล้ว ยังช่วยป้องกันปัญหาเช่น การรั่วซึม หรือกล่องเสียรูปเมื่อต้องใส่อาหารร้อนในระยะเวลานาน ที่สำคัญยังช่วย เสริมภาพลักษณ์ให้ร้านดูใส่ใจคุณภาพและความปลอดภัย
การเลือกกล่องกระดาษจากผู้ผลิตที่มีความชำนาญอย่าง CPW จะช่วยให้คุณได้บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและการสร้างแบรนด์ในระยะยาว มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับอาหารที่ดูดี ปลอดภัย และสร้างความพึงพอใจได้ทุกครั้งที่ใช้บริการของคุณ.
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
ข้อมูลจาก : Restaurantware
เรื่อง : Temperature Limits Of Food Packaging Materials
ลิงก์ : https://www.restaurantware.com/blogs/take-out-and-delivery/temperature-limits-of-food-packaging-materials?srsltid=AfmBOopFSuGZpwZX4YN_5FVVjDc-R8UUMIxgk52sOufzCOeFhLTLIB6h