สาร BPA คืออะไร? ทำไมร้านอาหารและคาเฟ่ควรหลีกเลี่ยงบรรจุภัณฑ์ที่มี BPA

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “BPA-Free” กลายเป็นหนึ่งในคำที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ และเครื่องดื่มผู้บริโภคจำนวนมากอาจเคยเห็นคำนี้บนบรรจุภัณฑ์ แต่ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่า สาร BPA คืออะไร เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์อย่างไร และมีผลต่อการเลือกใช้จริงแค่ไหน

บทความนี้จะอธิบายเรื่องสาร BPA แบบเข้าใจง่าย จากมุมของผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

 

สาร BPA คืออะไร

BPA (Bisphenol A) เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่เคยถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ในการผลิตพลาสติกบางประเภท โดยเฉพาะพลาสติกที่มีคุณสมบัติ แข็ง ใส และทนทานต่อแรงกระแทก ในอดีต สาร BPA ถูกใช้เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความคงรูปของวัสดุ จึงมักพบในพลาสติกหรือสารเคลือบบางชนิดที่ต้องการความทนทานสูง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยและการศึกษาจำนวนมากที่ตั้งข้อสังเกตว่า สาร BPA อาจสามารถหลุดหรือปนเปื้อนออกมาจากวัสดุได้
โดยเฉพาะเมื่อบรรจุภัณฑ์สัมผัสกับ

  • ความร้อน
  • อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดหรือไขมัน
  • การใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน

เมื่อสาร BPA ปนเปื้อนเข้าสู่อาหารหรือเครื่องดื่ม จึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับ ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ทำให้หลายประเทศและหลายอุตสาหกรรมเริ่มให้ความสำคัญกับการจำกัดหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารชนิดนี้ โดยเฉพาะในบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ในปัจจุบัน ธุรกิจอาหาร ร้านอาหาร และคาเฟ่จำนวนมาก จึงเริ่มมองหาบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น และให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ ไม่มีส่วนผสมของสาร BPA (BPA-Free) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ใช้งานและผู้บริโภค

 

สาร BPA พบในบรรจุภัณฑ์แบบไหนบ้าง

ในเชิงอุตสาหกรรม สาร BPA ไม่ได้พบในบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด แต่มักเกี่ยวข้องกับวัสดุหรือกระบวนการผลิตบางประเภท โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสัมผัสอาหารโดยตรงตั้งแต่ต้น โดยทั่วไป BPA มักพบหรือเกี่ยวข้องกับกรณีต่อไปนี้

  • พลาสติกบางชนิดที่ไม่ใช่ Food-grade
    โดยเฉพาะพลาสติกที่เน้นความแข็ง ความใส และความทนทาน แต่ไม่ได้ผ่านการออกแบบหรือทดสอบสำหรับการสัมผัสอาหาร วัสดุเหล่านี้อาจถูกนำมาใช้กับอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ
    เช่น การนำภาชนะอุตสาหกรรมหรือภาชนะอเนกประสงค์มาใช้ผิดประเภท
  • สารเคลือบภายในภาชนะบางประเภท
    ในบางกรณี BPA อาจเกี่ยวข้องกับสารเคลือบด้านในของภาชนะ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน เพิ่มความทนทาน หรือยืดอายุการใช้งาน หากสารเคลือบเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอาหาร ก็อาจมีความเสี่ยงในการปนเปื้อน โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับความร้อนหรืออาหารที่มีกรดและไขมัน
  • วัสดุที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสัมผัสอาหารโดยตรง
    เช่น ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตมาเพื่อการจัดเก็บทั่วไป งานอุตสาหกรรม หรือการใช้งานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งบางครั้งถูกนำมาใช้งานกับอาหารหรือเครื่องดื่มโดยไม่มีข้อมูลรองรับด้านความปลอดภัย

แม้ในปัจจุบัน หลายประเทศและหลายอุตสาหกรรม จะเริ่ม จำกัดหรือยกเลิกการใช้สาร BPA ในบรรจุภัณฑ์อาหาร แต่ในตลาดยังคงมีสินค้าบางส่วนที่

  • ไม่ระบุข้อมูลด้านวัสดุอย่างชัดเจน
  • ไม่แสดงว่าเป็น BPA-Free
  • หรือไม่มีเอกสารอ้างอิงด้านความปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหาร

จุดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านอาหารและผู้บริโภค เริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกบรรจุภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และมีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการผลิต

 

ทำไมธุรกิจอาหารควรให้ความสำคัญกับ BPA

จากประสบการณ์ของผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งที่ร้านอาหารและคาเฟ่กังวลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลัง คือ ความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อทั้งลูกค้าและแบรนด์ในระยะยาว

ประเด็นสำคัญที่ร้านให้ความสนใจมากขึ้น ได้แก่

  • ความปลอดภัยของลูกค้า
    บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่สัมผัสอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง ร้านอาหารจึงไม่ต้องการเสี่ยงกับวัสดุที่อาจก่อให้เกิดข้อสงสัยด้านความปลอดภัย แม้ความเสี่ยงจะไม่ได้เห็นผลในทันที แต่ผลกระทบด้านความเชื่อมั่นอาจเกิดขึ้นได้
  • ภาพลักษณ์ของแบรนด์
    ในยุคที่ข้อมูลเข้าถึงง่าย ลูกค้ามีความรู้และตั้งคำถามมากขึ้น หากเกิดประเด็นเกี่ยวกับวัสดุหรือสารเคมีที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของร้านได้รวดเร็วกว่าที่คิด
    ร้านจำนวนมากจึงเลือกป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง
  • ความเชื่อมั่นในระยะยาว
    ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากรสชาติอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรู้สึกว่า “ร้านใส่ใจในรายละเอียดที่มองไม่เห็น” การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีข้อมูลชัดเจน
    ช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ

ในปัจจุบัน ลูกค้าไม่ได้พิจารณาแค่ รสชาติ ราคา หรือความสวยงามของอาหาร แต่เริ่มให้ความสำคัญกับ วัสดุที่สัมผัสอาหารโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มที่บริโภคเป็นประจำ

จากแนวโน้มนี้ ร้านอาหารจำนวนมากจึงเริ่มเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ ไม่มีส่วนผสมของสาร BPA (BPA-Free) ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นจุดขายทางการตลาด แต่เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งต่อผู้บริโภคและต่อธุรกิจของร้านเอง

 

BPA-Free หมายความว่าอะไร และควรดูสัญลักษณ์ใดประกอบ

คำว่า BPA-Free หมายถึง บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตโดย ไม่มีการใช้สาร BPA (Bisphenol A) เป็นส่วนประกอบ ในกระบวนการผลิตวัสดุหรือสารเคลือบที่สัมผัสอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง เหมาะสำหรับการใช้งานกับอาหารและเครื่องดื่มตามลักษณะการใช้งานที่เหมาะสม ในตลาดปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ Food-grade ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจอาหาร มักให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่อง BPA มากขึ้น
โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้กับ

  • เครื่องดื่ม
  • อาหารร้อน
  • อาหารสำหรับเด็ก
  • เดลิเวอรี

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ บรรจุภัณฑ์บางชนิดอาจไม่ได้พิมพ์คำว่า “BPA-Free” บนซอง แต่สามารถพิจารณาความปลอดภัยได้จาก สัญลักษณ์และข้อมูลมาตรฐานอื่น ๆ ที่ระบุไว้

 

สัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืนยันความเหมาะสมในการสัมผัสอาหาร

จากมุมของผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์ การพิจารณาว่าบรรจุภัณฑ์เหมาะสำหรับอาหารหรือไม่ ไม่ควรดูเพียงข้อความเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับสัญลักษณ์ต่อไปนี้

  • สัญลักษณ์มาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 1-2553
    แสดงว่าบรรจุภัณฑ์ผ่านมาตรฐานของประเทศไทยสำหรับวัสดุที่สัมผัสอาหาร
    และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
  • สัญลักษณ์ส้อมและแก้ว (Food Contact Symbol)
    หมายถึง วัสดุถูกออกแบบมาเพื่อการสัมผัสอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง
    สามารถใช้กับอาหารได้ตามประเภทและเงื่อนไขการใช้งานที่เหมาะสม
  • สัญลักษณ์ประเภทพลาสติก (Resin Code)
    เช่น

    • PET (หมายเลข 1)
    • PP (หมายเลข 5)
    • PS (หมายเลข 6)

พลาสติกในกลุ่มนี้เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร และ ไม่ใช่วัสดุที่ใช้สาร BPA เป็นสารตั้งต้นในการผลิต เมื่อผลิตตามมาตรฐานสำหรับอาหาร จึงเหมาะสำหรับการใช้งานกับอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยเหตุนี้ แม้บรรจุภัณฑ์บางชนิดจะไม่ได้ระบุคำว่า “BPA-Free” บนซองโดยตรง แต่หากมีการแสดง มาตรฐาน มอก.,

สัญลักษณ์ Food Contact และระบุชนิดวัสดุอย่างชัดเจน ก็สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาความปลอดภัยได้

 

ร้านอาหารควรถามอะไร เมื่อเลือกบรรจุภัณฑ์

จากมุมมองของผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ร้านอาหารและคาเฟ่ควรถาม ไม่ควรหยุดแค่เรื่องราคา แต่ควรถามให้ครอบคลุมถึงความเหมาะสมในการใช้งานจริง และความเสี่ยงในระยะยาว

คำถามสำคัญที่ร้านควรถามก่อนตัดสินใจเลือกบรรจุภัณฑ์ ได้แก่

  • บรรจุภัณฑ์นี้ใช้กับอาหารร้อนหรือเย็นได้หรือไม่
    อาหารแต่ละประเภทมีอุณหภูมิและลักษณะต่างกัน บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับเครื่องดื่มเย็น อาจไม่เหมาะกับอาหารร้อน การถามให้ชัดเจนช่วยลดปัญหาเรื่องการเสียรูป การรั่ว หรือการใช้งานผิดประเภท
  • มีข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัสดุหรือไม่
    ร้านควรสอบถามถึงชนิดวัสดุที่ใช้ และมาตรฐานที่รองรับ เช่น สัญลักษณ์สำหรับการสัมผัสอาหาร หรือข้อมูล Food-grade เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุเหมาะสำหรับการใช้งานกับอาหารโดยตรง
  • เป็นบรรจุภัณฑ์ BPA-Free หรือไม่
    แม้ BPA-Free จะไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งร้านและผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้กับอาหารร้อน เครื่องดื่ม หรือเดลิเวอรี
  • เหมาะกับการใช้งานจริงของร้านหรือไม่
    ร้านควรพิจารณาจากรูปแบบการขายของตนเอง เช่น หน้าร้าน เดลิเวอรี หรือการจัดเลี้ยง บรรจุภัณฑ์ที่ดีควรช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ไม่เพิ่มภาระหรือปัญหาหน้าร้าน

การตั้งคำถามเหล่านี้ตั้งแต่ต้น ช่วยให้ร้านอาหาร ลดความเสี่ยง ลดการแก้ปัญหาซ้ำ และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถแนะนำสินค้าได้ตรงกับการใช้งานจริงของร้านมากขึ้น

 

 

สรุป

สาร BPA (Bisphenol A) เป็นหนึ่งในประเด็นด้านความปลอดภัยที่ธุรกิจอาหารและคาเฟ่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุที่สัมผัสอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง และมีผลต่อทั้งความปลอดภัยของผู้บริโภค ภาพลักษณ์ของร้าน และความเชื่อมั่นในระยะยาว ในปัจจุบัน แม้บรรจุภัณฑ์บางชนิดจะไม่ได้ระบุคำว่า “BPA-Free” บนซองโดยตรง แต่ร้านอาหารสามารถพิจารณาความเหมาะสมได้จาก ชนิดวัสดุ มาตรฐานที่รองรับ และสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการสัมผัสอาหาร เช่น มาตรฐาน มอก., สัญลักษณ์ Food Contact และ Resin Code ของพลาสติกที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร จากมุมของผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีข้อมูลชัดเจนและเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริงของร้าน ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดปัญหาหน้าร้าน ลดต้นทุนแฝง และเสริมความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในระยะยาว

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกบรรจุภัณฑ์ ร้านอาหารและคาเฟ่ควรให้ความสำคัญกับ ทั้งวัสดุที่ใช้ มาตรฐานความปลอดภัย และความเหมาะสมในการใช้งาน เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ไม่ใช่แค่ภาชนะใส่อาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนคุณภาพและความน่าเชื่อถือของร้านได้อย่างแท้จริง

 

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลที่ 1 จาก: NCBI (National Center for Biotechnology Information)

เรื่อง: An insight into bisphenol A, food exposure and its adverse effects on health

ลิงก์: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36407508/

 

ข้อมูลที่ 2 จาก: กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ของประเทศไทย

เรื่อง: EU ปรับกฎระเบียบการใช้สาร Bisphenol A ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สัมผัสอาหาร

ลิงก์: https://www.dft.go.th/th-th/NewsList/News-DFT/Description-News-DFT/ArticleId/12344/EU-Bisphenol-A