ฝาปิดแก้วพลาสติกแบบไหนที่นิยมในปัจจุบัน?

ในยุคที่ธุรกิจเครื่องดื่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง “ฝาปิดแก้วพลาสติก” ไม่ได้เป็นแค่ฝาปิดธรรมดา แต่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การเสิร์ฟและการขนส่งสะดวก ปลอดภัย และดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยป้องกันการหกหรือการปนเปื้อนแล้ว ฝาปิดแก้วยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอีกด้วย

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ฝาปิดแก้วพลาสติกยอดนิยม ในปัจจุบัน พร้อมจุดเด่นและข้อควรสังเกตของแต่ละแบบ เพื่อช่วยให้คุณเลือกฝาที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้นและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งกว่าเดิม

1. ฝาแบบเรียบ

ลักษณะ: ฝาแบนเรียบ ทำจากพลาสติกใส Food Grade (เช่น PET หรือ PP) มีรูเจาะตรงกลางสำหรับเสียบหลอด หรือบางแบบจะไม่เจาะรู ขอบฝาออกแบบให้ล็อกกับปากแก้วได้แน่น ป้องกันการหก เห็นสีสันเครื่องดื่มได้ชัดเจน ตัวนี้เป็นที่นิยมมากในท้องตลาด

เหมาะกับ:

  • ใช้กับ เครื่องดื่มเย็นทั่วไป เช่น ชา กาแฟเย็น น้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำดื่ม
  • เหมาะกับร้านที่ต้องการ ต้นทุนประหยัด หรือ เสิร์ฟเร็ว เพราะใส่ง่ายและสต็อกง่าย
  • ใช้ได้กับทั้ง ขายหน้าร้าน และ เดลิเวอรี่ ที่ไม่ต้องการท็อปปิ้งสูง ๆ

ข้อดี:

  • ราคาประหยัดที่สุดเมื่อเทียบกับฝาชนิดอื่น
  • น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ปิด-เปิดสะดวก
  • ผลิตจำนวนมากได้ เหมาะกับร้านที่มีออเดอร์สูง
  • เก็บสต็อกง่าย ไม่กินพื้นที่จัดเก็บ
  • รูเจาะมาตรฐาน ใช้ได้กับหลอดหลายขนาด (ขึ้นอยู่กับรุ่น)

ข้อสังเกต:

  • ไม่เหมาะกับเมนูที่มีท็อปปิ้งสูงหรือฟองวิปครีม เช่น สมูทตี้ เฟรปเป้ เพราะจะกดท็อปปิ้งลง
  • ไม่สร้างความโดดเด่นให้กับเครื่องดื่มเท่าฝาโดมหรือฝาพิเศษ
  • หากเลือกรูหลอดไม่ตรงกับเมนู อาจทำให้ดูดได้ลำบากหรือเกิดการหก

ความนิยมในตลาด:

  • เป็น ฝาที่ได้รับความนิยมสูงสุด ในร้านกาแฟ ร้านน้ำผลไม้ และร้านเครื่องดื่มเย็นทั่วไป เนื่องจากต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย และหาซื้อได้สะดวก
  • นิยมมากในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการสั่งจำนวนมาก เช่น ร้านแฟรนไชส์และร้านเดลิเวอรี่

ขนาดที่นิยมในท้องตลาด:

  • ปากแก้ว 90 มม. (เหมาะกับแก้วขนาด 16–22 ออนซ์) – ขนาดมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลาย
  • ปากแก้ว 95 มม. (เหมาะกับแก้วขนาด 22–24 ออนซ์ขึ้นไป) – นิยมในร้านที่เสิร์ฟเมนูใหญ่
  • บางผู้ผลิตมี ปากแก้ว 92 มม. และ 98 มม. สำหรับแก้วเฉพาะรุ่น
  • ตัวฝามักจะใส (Transparent) เพื่อโชว์เครื่องดื่ม แต่ก็มีสีขาว/สีทึบสำหรับเมนูเฉพาะทาง

 

2. ฝาโดม / ฝาโดมหัวตัด (ฝาฮาฟ)

ลักษณะ: ฝาทรงโค้งคล้ายโดม ผลิตจากพลาสติกใส Food Grade (เช่น PET) ช่วยปิดแก้วได้แน่นและโชว์สีสันเครื่องดื่มได้สวยงาม

  • ฝาโดมธรรมดา (Dome Lid): มีรูเจาะหลอดตรงกลาง เหมาะสำหรับเมนูปั่นหรือเมนูที่มีท็อปปิ้ง
  • ฝาโดมหัวตัด (Half Dome หรือ Flat Top Dome): ด้านบนตัดเรียบ มีรูหลอดใหญ่พิเศษ เหมาะกับเมนูที่ต้องใช้หลอดใหญ่ เช่น ไข่มุก/สมูทตี้เข้มข้น

เหมาะกับ:

  • เครื่องดื่มปั่น สมูทตี้ เฟรปเป้ นมปั่น โกโก้ หรือเมนูที่มีวิปครีม/ท็อปปิ้งสูง
  • ร้านที่ต้องการเพิ่มความพรีเมียมให้เมนูและโชว์เครื่องดื่มให้สวยบนโซเชียล
  • เมนูไข่มุก/เมนูปั่นที่ต้องใช้หลอดใหญ่ → เหมาะกับฝาโดมหัวตัด

ข้อดี:

  • เพิ่มพื้นที่ด้านบนให้ท็อปปิ้งและวิปครีมได้มากขึ้น
  • ทำให้เครื่องดื่มดูพรีเมียม น่าทานและน่าถ่ายรูป
  • ฝาใสโปร่งแสงช่วยโชว์สีสันและท็อปปิ้งได้เต็มที่
  • รุ่นหัวตัดตอบโจทย์เมนูที่ต้องใช้หลอดใหญ่หรือหลอดพิเศษ

ข้อสังเกต:

  • ราคาสูงกว่าฝาเรียบเล็กน้อย
  • ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บมากกว่าเพราะทรงสูง
  • ต้องเลือกให้เข้ากับขนาดแก้วที่ใช้ ไม่เช่นนั้นอาจปิดไม่สนิท

ความนิยมในตลาด:

  • เป็นฝาที่ ได้รับความนิยมสูงในร้านคาเฟ่และร้านเครื่องดื่มแฟรนไชส์ เพราะตอบโจทย์เมนูปั่นและเมนูท็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเทรนด์มาแรง
  • รุ่น “โดมหัวตัด” หรือ “ฝาฮาฟ” กำลังเป็นที่นิยมในร้านที่ขายเมนูไข่มุกหรือเครื่องดื่มที่ต้องใช้หลอดใหญ่

ขนาดที่นิยมในท้องตลาด:

  • ปากแก้ว 90 มม. (เหมาะกับแก้ว 16–22 ออนซ์) – ขนาดมาตรฐานที่ใช้แพร่หลาย
  • ปากแก้ว 95 มม. (เหมาะกับแก้ว 22–24 ออนซ์ขึ้นไป) – นิยมในร้านที่เสิร์ฟเมนูใหญ่หรือท็อปปิ้งสูง
  • บางผู้ผลิตมี 98 มม. สำหรับแก้วใหญ่พิเศษ

 

3. ฝาแบบยกดื่ม ไม่ต้องใช้หลอด

ลักษณะ: ฝาพลาสติกใส Food Grade ทรงโค้งคล้ายโดมแต่ด้านบนออกแบบเป็นช่องสำหรับ “ยกดื่ม” โดยไม่ต้องใช้หลอด ช่วยลดการใช้หลอดพลาสติก ขอบฝาล็อกแน่นกับปากแก้ว ป้องกันการหกในขณะเดินทางหรือถือดื่ม

เหมาะกับ (สำหรับฝาแบบยกดื่ม – ไม่ต้องใช้หลอด)

  • ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ต้องการให้ลูกค้าสะดวกดื่มระหว่างเดินทาง (“Grab & Go”)
  • เครื่องดื่มกาแฟร้อน–เย็น ชานม น้ำผลไม้ สมูทตี้ ที่สามารถจิบได้โดยไม่ต้องใช้หลอด
  • ร้านเครื่องดื่มที่ต้องการลดการใช้หลอดพลาสติกและเน้นภาพลักษณ์ รักษ์โลก / Eco-friendly
  • ร้านที่ต้องการเพิ่มความพรีเมียมและความทันสมัยให้กับบรรจุภัณฑ์

 

ข้อดี:

  • ลดการใช้หลอดพลาสติก ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก
  • สะดวกต่อการดื่มระหว่างเดินทาง ไม่ต้องเสียบหลอด
  • ฝาใสโปร่งแสง เห็นสีสันเครื่องดื่ม
  • ปิดแน่น ลดการหกกระเด็นเมื่อขนส่ง
  • เหมาะกับร้านที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย

ข้อสังเกต:

  • อาจไม่เหมาะกับเมนูที่ต้องใช้หลอดดูดท็อปปิ้ง เช่น ไข่มุกขนาดใหญ่
  • ต้องเลือกแก้วที่เข้ากับฝาชนิดนี้โดยเฉพาะเพื่อให้ปิดสนิท

ความนิยมในตลาด:

  • กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในคาเฟ่และร้านเครื่องดื่มที่เน้นรักษ์โลก ลดใช้หลอดพลาสติก
  • นิยมใช้ในร้านกาแฟสไตล์ Grab & Go และร้านที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขนาดที่นิยมในท้องตลาด:

  • ปากแก้ว 95 มม. (เช่นที่เห็นในภาพ บรรจุ 50 ฝา/แถว 2,000 ฝา/ลัง) – ใช้กับแก้ว 16–24 ออนซ์
  • มีรุ่น ปากแก้ว 90 มม. สำหรับแก้วเล็กกว่าในบางผู้ผลิต
  • ส่วนใหญ่เป็นฝาใส (Transparent) เพื่อโชว์เครื่องดื่ม แต่ก็มีสีขุ่นหรือสีดำสำหรับเครื่องดื่มร้อน

 

4. ฝาวิปครีม (Whipped Cream Dome Lid)

ลักษณะ: ฝาพลาสติกใส Food Grade ทรงโดมสูงพิเศษ (PET) ออกแบบมาเพื่อให้ใส่วิปครีมหรือท็อปปิ้งได้เต็มที่โดยไม่กดทับ มีรูตรงกลางสำหรับเสียบหลอดหรือปิดทึบตามรุ่น ขอบฝาล็อกแน่นกับปากแก้ว ป้องกันการหกและโชว์ท็อปปิ้งได้อย่างสวยงาม

เหมาะกับ:

  • ร้านคาเฟ่และร้านเครื่องดื่มที่มีเมนู เฟรปเป้, สมูทตี้, นมปั่น, เมนูพรีเมียมที่ใส่วิปครีมเยอะ ๆ
  • เมนูขนมหวานหรือเครื่องดื่มที่มีฟรุตท็อปปิ้งด้านบน
  • ร้านที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูน่าทานและถ่ายรูปลงโซเชียลได้สวย
  • บริการเดลิเวอรี่ที่ต้องการฝาปิดแน่น ลดการหกแต่ยังโชว์เมนูได้

ข้อดี:

  • พื้นที่ด้านบนสูงพิเศษ ใส่วิปครีมหรือท็อปปิ้งได้เต็มที่โดยไม่กดทับ
  • เพิ่มความพรีเมียมให้เครื่องดื่มและสร้างความแตกต่าง
  • ฝาใสโปร่งแสง โชว์ท็อปปิ้งและสีสันเมนูได้เต็มที่
  • ผลิตจากพลาสติก PET Food Grade และมีมาตรฐาน มอก. รับรอง

ข้อสังเกต:

  • ราคาสูงกว่าฝาโดมปกติเล็กน้อย
  • ใช้พื้นที่จัดเก็บมากกว่า เพราะทรงสูง
  • ต้องเลือกแก้วที่เข้ากับฝาชนิดนี้ (เช่น ปากแก้ว 95 มม.) เพื่อให้ปิดแน่น

ความนิยมในตลาด:

  • นิยมมากในร้านคาเฟ่ ร้านแฟรนไชส์ ร้านสมูทตี้ และร้านที่ขายเมนูพรีเมียมที่มีวิปครีม
  • เหมาะกับยุคโซเชียลมีเดีย ที่ลูกค้าชอบโพสต์ภาพเมนูสวย ๆ

ขนาดที่นิยมในท้องตลาด:

  • ปากแก้ว 95 มม. (เช่นรุ่นฝาวิปครีม 95 PET ในภาพ) – เหมาะกับแก้ว 22–24 ออนซ์ขึ้นไป
  • บางผู้ผลิตมี ปากแก้ว 98 มม. สำหรับแก้วใหญ่พิเศษ

 

สรุป

ปัจจุบัน “ฝาปิดแก้วพลาสติก” ไม่ได้เป็นแค่ฝาปิดธรรมดา แต่เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ร้านเครื่องดื่มดูเป็นมืออาชีพ ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้จริง ๆ การเลือกฝาที่เหมาะสมจะช่วยให้การเสิร์ฟและการขนส่งสะดวก ลดปัญหาการหก และยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูพรีเมียมขึ้น

จากบทความนี้จะเห็นว่า ฝาปิดแก้วพลาสติกยอดนิยม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ฝาเรียบ – ต้นทุนคุมง่าย ใช้กับเครื่องดื่มเย็นทั่วไป เสิร์ฟเร็ว
  • ฝาโดม/โดมหัวตัด (ฝาฮาฟ) – เพิ่มพื้นที่ท็อปปิ้ง เหมาะกับสมูทตี้ เฟรปเป้ ไข่มุก เน้นภาพลักษณ์พรีเมียม
  • ฝาแบบยกดื่มไม่ใช้หลอด – ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก ลดการใช้หลอดพลาสติก และสะดวกต่อการดื่มระหว่างเดินทาง
  • ฝาวิปครีม – โดมสูงพิเศษสำหรับเมนูพรีเมียม มีวิปครีมและท็อปปิ้งสูง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เครื่องดื่มและน่าถ่ายรูปลงโซเชียล

แต่ละแบบมีขนาดที่นิยมแตกต่างกัน (85,90, 95, 98 มม.) จึงควรตรวจสอบให้เข้ากับแก้วที่ใช้จริงก่อนสั่งจำนวนมาก เพื่อให้ได้ทั้งความพอดี ความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า

สำหรับร้านที่กำลังมองหาฝาปิดแก้วคุณภาพดี ปลอดภัย มาตรฐาน Food Grade และมีขนาดครบครัน CPW by Sajja Pack พร้อมให้บริการทั้งฝาเรียบ ฝาโดม ฝาฮาฟ ฝายกดื่ม และฝาวิปครีม ด้วยสินค้าระดับโรงงานในราคาส่ง มาตรฐาน มอก. รองรับทุกความต้องการของร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่ม หรือธุรกิจเดลิเวอรี่

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

ข้อมูลจาก: Sumkoka

เรื่อง: ​Coffee Lids: Sizes, Types, and Future Trends

ลิงก์: https://www.sumkoka.com/coffee-lids.html