ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ช้อนไม้และส้อมไม้ กลายเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งจากกระแสรักษ์โลกและความต้องการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ก็มีคำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยเมื่อได้ลองใช้ครั้งแรกว่า “ทำไมใช้ช้อนไม้หรือส้อมไม้แล้วรู้สึกว่ารสชาติอาหารเปลี่ยน?”
บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบอย่างละเอียด ทั้งจากมุมมองด้านวิทยาศาสตร์อาหารและประสบการณ์การใช้งานจริง พร้อมแนะนำวิธีเลือก ช้อนไม้ Food Grade ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและไม่รบกวนรสชาติอาหาร
1. ช้อนไม้-ส้อมไม้คืออะไร และทำไมถึงได้รับความนิยม
ช้อนไม้ และ ส้อมไม้ คืออุปกรณ์รับประทานอาหารที่ผลิตจากไม้ธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่, ไม้เบิร์ช, หรือ ไม้เนื้ออ่อน ชนิดอื่น ๆ โดยจะผ่านกระบวนการตัดแต่ง ขึ้นรูป ขัดผิว และอาจมีการเคลือบผิวบางส่วน เพื่อให้สามารถสัมผัสกับอาหารได้อย่างปลอดภัยโดยตรง ในอดีต ช้อนไม้-ส้อมไม้ถูกใช้ในงานครัวและงานทำอาหารในบ้านเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ งานอีเวนต์ ไปจนถึงบริการเดลิเวอรี่
เหตุผลที่ช้อนไม้-ส้อมไม้ได้รับความนิยม
- ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ลดปัญหาขยะพลาสติก
- ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ไม่สร้างมลพิษ
- ภาพลักษณ์พรีเมียมและรักษ์โลก ร้านอาหารและคาเฟ่จำนวนมากเลือกใช้เพื่อเสริมภาพลักษณ์แบรนด์
- ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-conscious consumers)
นอกจากนี้ ช้อนไม้-ส้อมไม้ยังเหมาะกับงานอีเวนต์ ร้านกาแฟ และร้านอาหารเดลิเวอรี่ที่ต้องการ อุปกรณ์รับประทานอาหารรักษ์โลก ให้กับลูกค้า
2. ทำไมช้อนไม้-ส้อมไม้ถึงอาจมีผลต่อรสชาติอาหาร
แม้ช้อนไม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ผู้ใช้บางคนสังเกตว่ารสชาติอาหารเปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งสามารถอธิบายได้จากปัจจัยเหล่านี้
2.1 กลิ่นและรสจากเนื้อไม้
- ไม้ธรรมชาติมีสารประกอบอินทรีย์ตามธรรมชาติ เช่น Lignin (สารให้ความแข็งแรงแก่เนื้อไม้) และ Tannin (สารให้รสฝาดคล้ายในชาและไวน์)
- เมื่อช้อนไม้ยังใหม่หรือไม่ได้ผ่านการเคลือบป้องกัน (เช่น เคลือบ Food Grade Wax) กลิ่นและรสเหล่านี้อาจยังคงอยู่ และสามารถถ่ายเทเข้าสู่อาหารได้เล็กน้อย
- อาหารที่มีรสชาติอ่อน เช่น ข้าวเปล่า โยเกิร์ต หรือของหวานรสนุ่ม จะทำให้กลิ่นไม้เด่นชัดมากขึ้น
- ในบางกรณี กลิ่นไม้ยังสร้าง “มิติ” ของรสชาติที่ต่างออกไป บางคนอาจชอบ แต่บางคนอาจรู้สึกว่าทำให้รสชาติเปลี่ยนไปจากเดิม
2.2 การดูดซับรสชาติ
- เนื้อไม้มีโครงสร้าง รูพรุนขนาดเล็ก (Micro-pores) ซึ่งสามารถซึมซับน้ำ ซอส หรือไขมันจากอาหารได้
- การดูดซับนี้อาจทำให้รสชาติของอาหารที่สัมผัสช้อนไม้จางลงเล็กน้อย โดยเฉพาะในอาหารที่มีรสจัดหรือรสเปรี้ยว
- หากใช้ซ้ำหลายครั้งในช้อนหรือส้อมไม้ที่ไม่ได้เคลือบผิว อาจเกิดการสะสมกลิ่นหรือรสจากอาหารก่อนหน้า ส่งผลต่อรสของอาหารใหม่ได้ (ในเชิงธุรกิจเดลิเวอรี่ จึงนิยมใช้แบบใช้ครั้งเดียวเพื่อลดปัญหานี้)
2.3 อุณหภูมิสัมผัส
- ไม้เป็นวัสดุที่มี “ค่าการนำความร้อนต่ำ (Low thermal conductivity)” ซึ่งหมายความว่ามันไม่ร้อนหรือเย็นตามอาหารเร็วเหมือนโลหะ
- เวลาตักอาหารร้อน เช่น ซุปหรือกาแฟร้อน ปากของเราจะไม่สัมผัสความร้อนโดยตรงเหมือนใช้ช้อนสแตนเลส ทำให้การรับรู้รสเปลี่ยนเล็กน้อย
- ความแตกต่างนี้มักเป็นเรื่องของ “ความรู้สึกในปาก” (Mouthfeel) มากกว่ารสชาติจริง ๆ แต่ผู้ที่มีความไวต่อรสและสัมผัสอาจรู้สึกว่ารสอาหารเปลี่ยนไป
เกร็ดน่ารู้ : งานวิจัยด้านประสาทสัมผัส (Sensory Science) พบว่าการเปลี่ยนวัสดุของอุปกรณ์รับประทานอาหารสามารถทำให้คนรู้สึกว่ารสชาติเปลี่ยนได้ แม้ส่วนผสมของอาหารจะเหมือนเดิม 100% ซึ่งเรียกว่า Crossmodal perception การที่สัมผัสจากประสาทหนึ่ง (เช่น สัมผัสมือหรือปาก) มีผลต่อการรับรู้รสจากลิ้น
3. อาหารประเภทไหนที่รับรู้ความต่างได้ชัด
ไม่ใช่อาหารทุกชนิดที่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ ช้อนไม้-ส้อมไม้ ในเรื่องรสชาติ ความแตกต่างที่รับรู้ได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเข้มข้นของรสชาติ กลิ่นอาหาร อุณหภูมิ และความไวในการรับรสของผู้ทาน
โดยสามารถแบ่งประเภทอาหารออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
3.1 รสอ่อน : ข้าวสวย, โยเกิร์ต, ขนมเค้ก
- อาหารประเภทนี้มีรสและกลิ่นไม่เข้มมาก จึงทำให้ กลิ่นไม้ จากช้อนหรือส้อมไม้เด่นขึ้นชัดเจน
3.2 รสจัด : ผัดพริกแกง, ส้มตำ, แกงไทย
- รสชาติและกลิ่นที่เด่นชัดของอาหารจะกลบกลิ่นไม้เกือบทั้งหมด
3.3 เครื่องดื่ม : กาแฟดำ, ชาร้อน, น้ำผลไม้
- เครื่องดื่มร้อนจะทำให้กลิ่นไม้เด่นขึ้น เนื่องจากความร้อนช่วยระเหยน้ำมันธรรมชาติในเนื้อไม้
4. ตารางเปรียบเทียบวัสดุอุปกรณ์ช้อน-ส้อม รับประทานอาหาร
คุณสมบัติ |
ไม้ |
สแตนเลส |
พลาสติก |
ผลต่อรสชาติ |
อาจมีผลเล็กน้อย (รสอ่อน) |
ไม่มีผล |
ไม่มีผล (แต่บางครั้งมีกลิ่นพลาสติก) |
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม |
สูง |
รีไซเคิลได้ |
ต่ำ |
ทนความร้อน |
ปานกลาง |
สูง |
ต่ำ-ปานกลาง |
ความแข็งแรง |
ปานกลาง |
สูง |
ต่ำ |
ภาพลักษณ์ |
พรีเมียม-ธรรมชาติ |
มาตรฐาน |
ทั่วไป |
5. ข้อดีของการใช้ช้อนไม้-ส้อมไม้ แม้จะมีผลต่อรสบ้าง
แม้ว่าผู้ใช้บางคนอาจสังเกตว่าการใช้ ช้อนไม้-ส้อมไม้ มีผลต่อรสชาติอาหารเล็กน้อย แต่ข้อดีของอุปกรณ์รับประทานอาหารจากไม้ยังมีมากมาย และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายธุรกิจเลือกใช้อย่างแพร่หลาย
5.1 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
- ช้อนไม้และส้อมไม้ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100% เช่น ไม้ไผ่หรือไม้เบิร์ช ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองโดยไม่สร้างขยะตกค้างยาวนานเหมือนพลาสติก
5.2 ปลอดภัยต่อสุขภาพ – หากเลือกแบบที่ผ่านมาตรฐาน Food Grade
- ช้อนไม้ที่ผ่านมาตรฐาน Food Grade จะไม่มีสารเคมีอันตราย เช่น สีหรือสารกันเชื้อราที่ไม่เหมาะสม
5.3 สัมผัสนุ่มนวล – ให้ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มเมื่อใช้รับประทานอาหาร
- เนื้อไม้มีพื้นผิวที่อบอุ่นและนุ่มนวลต่อริมฝีปากและลิ้น ต่างจากโลหะที่ให้ความรู้สึกเย็นและแข็ง
6. วิธีลดผลกระทบต่อรสชาติอาหาร
แม้ช้อนไม้-ส้อมไม้จะมีโอกาสส่งผลต่อรสชาติอาหารเล็กน้อย แต่ก็สามารถลดหรือป้องกันปัญหานี้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
6.1 เลือกช้อนไม้เคลือบ Food Grade
- การเคลือบผิวด้วยสารเคลือบ Food Grade (เช่น แวกซ์ธรรมชาติ หรือแลคเกอร์ปลอดสารพิษ) จะช่วยปิดรูพรุนของเนื้อไม้
6.2 ล้างด้วยน้ำอุ่นก่อนใช้ครั้งแรก
- น้ำอุ่นช่วยชะล้างฝุ่นผงหรือเศษไม้เล็ก ๆ ที่อาจติดอยู่จากกระบวนการผลิต
6.3 ใช้กับอาหารรสชัดหรือมีซอส
- อาหารที่มีรสจัดหรือมีกลิ่นเด่น เช่น ผัดพริกแกง แกงกะหรี่ หรือสเต๊กที่ราดซอส จะช่วยกลบกลิ่นไม้ได้ดี
6.4 เก็บในที่แห้ง
- ความชื้นเป็นปัจจัยที่ทำให้กลิ่นไม้แรงขึ้น เพราะน้ำในอากาศสามารถกระตุ้นให้กลิ่นน้ำมันในไม้ระเหยออกมา
เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ : หากต้องการใช้ช้อนไม้กับอาหารรสอ่อน เช่น ไอศกรีม หรือของหวาน ควรเลือกใช้ ช้อนไม้ไผ่ที่ผ่านการอบและขัดละเอียด เพราะเนื้อไม้ไผ่มีความเรียบ ลื่น และกลิ่นอ่อนกว่าช้อนไม้เนื้ออ่อนทั่วไป
สรุป
ช้อนไม้-ส้อมไม้ อาจมีผลต่อรสชาติอาหารเล็กน้อย โดยเฉพาะในเมนูรสอ่อนหรืออาหารที่มีกลิ่นไม่แรง เช่น ข้าวสวย โยเกิร์ต หรือของหวาน เนื่องจากเนื้อไม้มีสารธรรมชาติอย่าง Lignin และ Tannin รวมถึงโครงสร้างรูพรุนที่สามารถซึมซับรสและกลิ่นได้ นอกจากนี้ ความแตกต่างด้านอุณหภูมิสัมผัสจากไม้ยังส่งผลต่อการรับรู้รสในปาก
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้มักไม่ชัดเจนในอาหารรสจัดหรือมีเครื่องเทศ และสามารถลดได้ด้วยการเลือกใช้ ช้อนไม้ Food Grade ที่เคลือบป้องกันอย่างเหมาะสม ล้างด้วยน้ำอุ่นก่อนใช้ครั้งแรก ใช้กับอาหารรสเข้ม และเก็บในที่แห้ง
แม้จะมีข้อสังเกตด้านรสชาติเล็กน้อย แต่ข้อดีของการใช้ช้อนไม้-ส้อมไม้มีมาก ทั้งในด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และภาพลักษณ์พรีเมียม จึงถือเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารรักษ์โลกที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
ข้อมูลจาก : The Reluctant Gourmet
เรื่อง : Wooden Spoons – A Must in Every Kitchen
ลิงก์ : https://www.reluctantgourmet.com/wooden-spoons-a-must-in-every-kitchen/?utm_source