กล่องพลาสติกเข้าไมโครเวฟได้จริงไหม? เลือกแบบไหนถึงปลอดภัย

ในชีวิตประจำวัน หลายคนมีพฤติกรรมที่คุ้นเคยกันดี เช่น “หยิบกล่องอาหารเข้าไมโครเวฟ” โดยไม่คิดมาก แต่รู้หรือไม่ว่า กล่องพลาสติกที่เราใช้กันอยู่ทุกวันอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป?

แม้บางกล่องจะดูแข็งแรง หรือเคยใช้แล้วไม่ละลาย แต่ไม่ได้แปลว่า “เหมาะสำหรับไมโครเวฟ” เพราะบางชนิดอาจปล่อยสารเคมีเมื่อโดนความร้อนสูง ซึ่งอาจสะสมในร่างกายและเป็นภัยเงียบที่เราไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบแบบละเอียด ว่า:

  • กล่องพลาสติกเข้าไมโครเวฟได้จริงไหม?
  • พลาสติกแบบไหนที่ควรใช้?
  • สัญลักษณ์ที่ควรเช็กก่อนนำเข้าไมโครเวฟ
  • ข้อควรระวังและทางเลือกที่ปลอดภัย

 

พลาสติกทุกประเภท เข้าไมโครเวฟได้หรือไม่?

คำตอบคือ “ไม่ใช่ทุกประเภท”

แม้ว่าหลายคนจะเคยนำกล่องพลาสติกเข้าไมโครเวฟโดยไม่เกิดปัญหาในทันที แต่ในความเป็นจริง พลาสติกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน และเมื่อสัมผัสกับความร้อนสูงของไมโครเวฟ อาจเกิดปฏิกิริยาที่เราไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น:

  • การปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น BPA หรือฟทาเลต
  • การบิดเบี้ยว เสียรูป หรือหลอมละลาย
  • การเสื่อมสภาพของเนื้อวัสดุที่ทำให้ไมโครเวฟหรืออาหารเกิดการปนเปื้อนได้

โดยเฉพาะพลาสติกบางประเภท ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาให้ทนความร้อน จะเริ่มเปลี่ยนสภาพหรือปล่อยสารอันตรายออกมาเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 70–80°C

 

ประเภทของพลาสติกที่พบได้ทั่วไป และความเหมาะสมกับไมโครเวฟ

 

ประเภทพลาสติก

 

รหัสรีไซเคิล

 

คุณสมบัติ

 

 

ปลอดภัยสำหรับไมโครเวฟหรือไม่?

PP (Polypropylene) ♻️ 5 ทนร้อน ทนแรงกระแทก ใช้กับอาหารได้ดี สามารถเข้าไมโครเวฟได้
HDPE ♻️ 2 แข็งแรงพอประมาณ ใช้กับภาชนะนม/ขวดแชมพู ใช้ได้บางกรณี ต้องมีฉลาก
PET ♻️ 1 ใช้ในขวดน้ำ ขวดน้ำอัดลม อันตราย ละลายง่าย
PS (Polystyrene) ♻️ 6 ใช้ในกล่องโฟม ถ้วยบะหมี่ เสี่ยงปล่อยคลอรีน
Other (Polycarbonate หรือพลาสติกผสม) ♻️ 7 ไม่ระบุชัดเจน บางชนิดมี BPA ต้องดูฉลากชัดเจน

 

สรุป: กล่องที่เหมาะกับไมโครเวฟควรเป็นพลาสติก PP (รหัส 5) ซึ่งทนความร้อน 100–120°C ได้ดี ไม่เปลี่ยนรูปง่าย และปลอดภัยสำหรับอาหาร

 

สารอันตรายที่อาจคายออกจากพลาสติกเมื่อโดนความร้อน

เมื่อใช้พลาสติกผิดประเภทในไมโครเวฟ อาจเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีปนเปื้อน เช่น:

BPA (Bisphenol-A)

  • พบมากในพลาสติกโพลีคาร์บอเนต (รหัส 7)
  • เป็นสารรบกวนระบบฮอร์โมน (Endocrine Disruptor)
  • อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน หัวใจ และมะเร็งเต้านม

 

ฟทาเลต (Phthalates)

  • ใช้ทำให้พลาสติกอ่อนตัว
  • เสี่ยงต่อระบบสืบพันธุ์โดยเฉพาะในเด็ก

 

สไตรีน (Styrene)

  • สารที่หลุดออกจากกล่องโฟม PS
  • เข้าสู่ร่างกายได้ผ่านอาหารร้อน
  • WHO จัดให้เป็นสารที่อาจก่อมะเร็ง

 

สัญลักษณ์และมาตรฐานที่ควรเช็กก่อนอุ่นอาหาร

กล่องพลาสติกที่ปลอดภัยสำหรับการใช้กับไมโครเวฟ ต้องได้รับการออกแบบและผลิตเพื่อรองรับความร้อน โดยเฉพาะจากไมโครเวฟที่มีคลื่นความถี่สูง หากภาชนะไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ อาจเกิดการบิดเบี้ยว ละลาย หรือปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายลงสู่อาหารได้

ดังนั้น ก่อนนำกล่องพลาสติกเข้าไมโครเวฟ ควร ตรวจสอบสัญลักษณ์และมาตรฐานต่อไปนี้อย่างชัดเจน:

  1. Microwave Safe

ข้อความที่ระบุชัดเจนว่า “Microwave Safe” หรือ “สำหรับใช้กับไมโครเวฟ” มักพิมพ์อยู่ด้านล่างกล่องหรือฝากล่อง เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการทดสอบและรับรองว่าสามารถใช้อุ่นอาหารในไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย

 

  1. รูปคลื่นไมโครเวฟ 3 เส้น

สัญลักษณ์ลักษณะเป็น เส้นโค้ง 3 เส้นคล้ายคลื่น เป็นที่ยอมรับสากลว่าใช้แทนคำว่า Microwave Safe ได้ หากเจอสัญลักษณ์นี้บนกล่องหรือภาชนะ ถือว่าใช้งานได้ปลอดภัยเช่นกัน

บางแบรนด์อาจใช้ภาพถ้วยอาหารที่มีคลื่นล้อมรอบ หรือไมโครเวฟที่มีเครื่องหมายถูกกำกับ ซึ่งก็เป็นรูปแบบหนึ่งของสัญลักษณ์เดียวกัน

 

  1. Food Grade / BPA-Free

การระบุว่าเป็น “Food Grade” หมายถึงภาชนะผ่านการรับรองว่าเหมาะสำหรับสัมผัสอาหารโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมี รวมถึง BPA-Free ซึ่งเป็นการรับประกันว่าไม่มีสาร Bisphenol-A ซึ่งรบกวนระบบฮอร์โมนในร่างกาย และอาจสะสมในระยะยาวได้

ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ หรือมีเด็กเล็กควรเลือกภาชนะที่ผ่านมาตรฐานเหล่านี้เสมอ

 

  1. รหัสรีไซเคิล 5 (PP)

หากภาชนะพลาสติกมี สัญลักษณ์สามเหลี่ยมวงลูกศร (♻️) พร้อมตัวเลข 5 อยู่ตรงกลาง หมายถึงผลิตจาก Polypropylene (PP) ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนความร้อนได้ดี ไม่ละลายหรือเสียรูปเมื่อโดนไมโครเวฟ และไม่มีสารพิษตกค้าง

แม้ไม่มีข้อความ Microwave Safe โดยตรง แต่หากมีรหัส 5 และผลิตจากโรงงานที่น่าเชื่อถือ ก็ถือว่า ปลอดภัยสำหรับการอุ่นอาหารได้

 

ถ้า “ไม่มีสัญลักษณ์” = ไม่ควรเสี่ยง!

แม้กล่องจะดูแข็งแรง มีฝาปิดแน่น หรือเคยใช้แล้วไม่ละลายก็ตาม แต่หากไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น

“อย่าใช้เสี่ยงอุ่นอาหารในไมโครเวฟเด็ดขาด!”

เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าใช้พลาสติกประเภทไหน หรือมีการผสมวัสดุอื่นที่อาจเกิดอันตรายหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าราคาถูก หรือสินค้าที่ไม่มีฉลาก ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน

 

ความเสี่ยงเมื่อใช้กล่องที่ไม่ได้มาตรฐาน

การใช้กล่องพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบหรือไม่ได้รับการรับรองให้ใช้กับไมโครเวฟ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อทั้งอาหาร สุขภาพ และอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะหากเป็นภาชนะราคาถูก หรือไม่มีฉลากแสดงสัญลักษณ์ Microwave Safe อย่างชัดเจน

 

  1. กล่องอาจละลาย หรือบิดเบี้ยวขณะอุ่นอาหาร

พลาสติกที่ไม่ทนความร้อน เช่น PET หรือ PS (โฟม) มักจะเริ่มอ่อนตัวหรือเสียรูปตั้งแต่ 60–80°C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไมโครเวฟทั่วไปสามารถสร้างได้ภายในเวลาไม่กี่นาที กล่องที่ดูปกติอาจละลาย กลายเป็นของเหลว หรือบิดเบี้ยวจนไม่สามารถใช้งานต่อได้

บางกรณีอาจเกิดการรั่วไหลของอาหารร้อนลงไปในตัวเครื่องไมโครเวฟ ทำให้ไมโครเวฟสกปรกหรือเกิดความเสียหาย

 

  1. เศษพลาสติกอาจหลุดลงสู่อาหารโดยไม่รู้ตัว

เมื่อกล่องเกิดการละลายหรือเสื่อมสภาพจากความร้อนสูง เศษพลาสติกเล็ก ๆ หรือฟิล์มบางบนผิวกล่องอาจหลุดปนลงไปในอาหาร ซึ่งมักมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ผู้บริโภคจึงอาจเผลอกินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

การสะสมของพลาสติกในร่างกายแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่ายในระยะยาว โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ

 

  1. สารพิษอาจปนเปื้อนในอาหาร ส่งผลสะสมต่อร่างกาย

พลาสติกบางชนิดเมื่อถูกทำให้ร้อนจะปล่อย สารเคมีที่อันตรายต่อร่างกาย ออกมา เช่น:

  • BPA (Bisphenol-A): สารรบกวนฮอร์โมน อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ สมอง และพัฒนาการในเด็ก
  • ฟทาเลต (Phthalates): สารที่ทำให้พลาสติกอ่อนตัว แต่เสี่ยงกระทบต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • สไตรีน (Styrene): สารก่อมะเร็งที่หลุดออกจากพลาสติก PS (โฟม) เมื่อโดนความร้อน

แม้สารเคมีเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาในปริมาณเล็กน้อย แต่หากได้รับซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ก็สามารถสะสมในร่างกายจนกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ในอนาคต

 

  1. ไมโครเวฟเสียหายจากการเผาไหม้หรือรั่วไหลของวัสดุ

หากกล่องพลาสติกเสียรูปหรือรั่วขณะอุ่นอาหาร ของเหลวอาจไหลเข้าไปยังช่องระบายอากาศ หรือบริเวณตัวทำความร้อนของไมโครเวฟ ส่งผลให้เครื่องเกิดความชื้นสะสม อาจลัดวงจร หรือเสียหายเร็วกว่าปกติ

นอกจากนี้ หากกล่องเกิดการไหม้หรือหลอมละลายจนปล่อยควันหรือกลิ่นแรง ก็อาจทำให้กลิ่นติดไมโครเวฟอย่างถาวร และเป็นอันตรายต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน

 

เคสตัวอย่าง: ร้านอาหาร – คาเฟ่ – ครัวกลาง ควรระวัง!

ในยุคที่ธุรกิจอาหารแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งในรูปแบบหน้าร้าน เดลิเวอรี่ หรือครัวกลาง (Cloud Kitchen) ความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ กลายเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์แบรนด์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะร้านที่ต้อง อุ่นอาหารก่อนเสิร์ฟ หรือส่งอาหารแบบร้อนถึงมือลูกค้า การใช้กล่องพลาสติกผิดประเภท อาจสร้างปัญหาต่อธุรกิจได้โดยไม่รู้ตัว หากใช้วัสดุไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อ:

  1. การโดนร้องเรียนเรื่องสุขภาพ

ลูกค้าอาจพบว่าอาหารมีกลิ่นพลาสติก หรือมีเศษพลาสติกที่ละลายติดมาในอาหาร หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้แม้เพียงครั้งเดียว อาจทำให้ธุรกิจเสียความน่าเชื่อถือทันที โดยเฉพาะในยุคที่รีวิวออนไลน์มีอิทธิพลมาก ร้านอาหารหลายแห่งเคยประสบปัญหาโดนถ่ายภาพกล่องบิดเบี้ยวหรือกลิ่นฉุนจากกล่อง ส่งต่อในโซเชียลจนยอดขายตกในเวลาไม่กี่วัน

 

  1. อาหารเสียรสชาติจากกลิ่นพลาสติก

กล่องพลาสติกที่ไม่ทนความร้อน หรือไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดกลิ่น “ไหม้” หรือ “เคมี” ซึ่งซึมเข้าไปในเนื้ออาหารโดยเฉพาะอาหารมันเยิ้มหรือมีน้ำแกง ส่งผลให้รสชาติอาหารผิดเพี้ยนและลูกค้ารู้สึกไม่ประทับใจ  ในบางกรณี ลูกค้าอาจไม่บ่น แต่ “ไม่กลับมาซื้อซ้ำ” ซึ่งกระทบกับยอดขายระยะยาวโดยตรง

 

  1. ภาพลักษณ์แบรนด์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

สำหรับร้านอาหารระดับพรีเมียม คาเฟ่ดีไซน์สวย หรือแบรนด์ที่มีจุดขายเรื่องสุขภาพและคุณภาพ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดูไม่ปลอดภัย จะส่งผลเสียต่อ perception ของลูกค้าอย่างรุนแรง

แม้อาหารจะอร่อย แต่หากลูกค้าเห็นว่ากล่องที่ใช้ “ไม่สมกับราคาหรือคำโฆษณา” อาจทำให้แบรนด์ดูขาดความใส่ใจในรายละเอียด

 

ทางออก: เลือกกล่องที่ผ่านมาตรฐานฟู้ดเกรด มีฉลากชัดเจน และได้รับการรับรองจากองค์กรอย่าง อย., GMP หรือ ISO

 

ทำไมกล่อง PP ถึงเป็นตัวเลือกอันดับ 1?

ในบรรดาพลาสติกทั้งหมด กล่องที่ผลิตจาก PP (Polypropylene) ถือเป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้กับไมโครเวฟ ทั้งในแง่ ความปลอดภัย การใช้งานจริง และต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคทั่วไปหรือธุรกิจอาหารขนาดเล็ก-ใหญ่ ต่างให้ความไว้วางใจกล่อง PP ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:

 

  1. ทนความร้อนสูง (100120°C)

PP มีจุดหลอมเหลวที่สูงกว่าพลาสติกชนิดอื่น ทำให้สามารถทนต่อความร้อนที่เกิดจากไมโครเวฟได้โดยไม่เสียหาย แม้จะอุ่นอาหารนานหลายนาทีก็ยังปลอดภัย ไม่ละลาย ไม่ทำให้เกิดกลิ่นพลาสติก และไม่ทำให้เกิดสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร เหมาะสำหรับการอุ่นอาหารร้อนจัด เช่น แกง ซุป ของทอด หรือเมนูไขมันสูงที่มักทำให้พลาสติกอื่นเสื่อมสภาพ

 

  1. ไม่เสียรูปง่ายเมื่อโดนไมโครเวฟ

กล่อง PP มีความยืดหยุ่นที่พอดี แข็งแรงแต่ไม่เปราะ ทำให้เมื่ออุ่นในไมโครเวฟแล้ว กล่องยังคงรูปร่างเดิม ไม่บวม เบี้ยว หรือหดตัวแบบที่พบในกล่องพลาสติกทั่วไป โดยเฉพาะกล่อง PET หรือ PS ที่มักผิดรูปทันทีเมื่อร้อน ส่งผลให้อาหารดูน่ารับประทาน และลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีเมื่อรับสินค้าเดลิเวอรี่

 

  1. ไม่มีสาร BPA (BPA-Free)

PP เป็นหนึ่งในพลาสติกไม่กี่ชนิดที่ ไม่มีส่วนผสมของ Bisphenol-A (BPA) ซึ่งเป็นสารเคมีที่อาจรบกวนระบบฮอร์โมนในร่างกาย และมีความเกี่ยวข้องกับโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน หรือแม้แต่มะเร็ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็ก กล่อง BPA-Free คือ “สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ”

 

  1. น้ำหนักเบา แข็งแรง ใช้งานซ้ำได้

กล่อง PP มีน้ำหนักเบาแต่โครงสร้างแข็งแรง ทนต่อการตกหรือกระแทกในระดับหนึ่ง ทำให้เหมาะกับการพกพา การแช่เย็น และการใช้งานซ้ำหลายรอบโดยไม่เสียสภาพ

ช่วยลดขยะพลาสติกจากการใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use) และสนับสนุนแนวคิด “ภาชนะยั่งยืน” (Sustainable Packaging)

 

  1. ราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น

เมื่อเปรียบเทียบกับภาชนะประเภทแก้วหรือเซรามิก กล่อง PP มีต้นทุนต่อชิ้นที่ต่ำกว่าอย่างชัดเจน จึงเหมาะกับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้ประกอบการที่ต้องการควบคุมต้นทุนบรรจุภัณฑ์โดยไม่ลดคุณภาพ โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่หรือร้านค้าขนาดเล็ก กล่อง PP เป็นทางเลือกที่ให้สมดุลระหว่างความปลอดภัย ราคาที่จับต้องได้ และความเชื่อมั่นจากลูกค้า

 

สรุป

กล่องพลาสติกสามารถเข้าไมโครเวฟได้จริง แต่ ไม่ใช่ทุกประเภทจะปลอดภัยต่อสุขภาพ เพราะพลาสติกบางชนิดไม่ทนความร้อน อาจละลาย เสียรูป หรือปล่อยสารเคมีอันตรายลงสู่อาหารเมื่อถูกอุ่นในไมโครเวฟ

สิ่งที่ควรระวังคือ:

  • พลาสติกต้องมี สัญลักษณ์ Microwave Safe
  • ต้องผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย เช่น PP (รหัส 5) ซึ่งทนความร้อนสูง ไม่มี BPA และไม่เสียรูปง่าย
  • หลีกเลี่ยงพลาสติกที่ไม่มีข้อมูลฉลาก หรือใช้ PET, PS, PVC ที่เสี่ยงปล่อยสารพิษ

ธุรกิจอาหาร คาเฟ่ และผู้ใช้ในครัวเรือนควรเลือกใช้กล่องที่ผ่านมาตรฐาน Food Grade และได้รับการรับรองจากหน่วยงานเช่น อย., GMP หรือ ISO เพื่อให้มั่นใจว่าภาชนะที่ใช้จะไม่ส่งผลเสียต่อทั้งผู้บริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้า

ในบรรดาพลาสติกทั้งหมด กล่อง PP ฟู้ดเกรดที่มีฉลากชัดเจน ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด สมดุลทั้งด้านราคา ความทนทาน และคุณภาพ เหมาะกับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และในธุรกิจที่ต้องอุ่นอาหารบ่อยครั้ง

 

📦 หากคุณกำลังมองหากล่อง PP ฟู้ดเกรดที่ปลอดภัยและทนความร้อนสูง CPW Packaging มีสินค้าให้เลือกหลายขนาด สำหรับร้านอาหารและธุรกิจเดลิเวอรี่ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ สามารถแอดไลน์ @sajjapack เพื่อสอบถามรายละเอียดกับแอดมินได้ในเวลาทำการ

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

ข้อมูลจาก : Sharp HealthCare

เรื่อง : Can you microwave food in plastic containers?

ลิงก์: https://www.sharp.com/health-news/can-you-microwave-food-in-plastic-containers